สารอาหารหาทานง่าย 3 อย่าง มีฤทธิ์ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก
สมุนไพร

สารอาหารหาทานง่าย 3 อย่าง มีฤทธิ์ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก

สารอาหารหาทานง่าย 3 อย่าง มีฤทธิ์ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก             วิธีดูแลร่างกายให้มีประสิทธิภาพในการต้านมะเร็งต่อมลูกหมากไม่ใช่เรื่องใกลตัว เนื่องจากผู้ชายเมืออายุย่างก้าวเข้าสู่เลข 4 ระดับฮอร์โมนก็เริ่มลดลง ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จึงส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายประการ ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ และร่างกาย รวมถึงโรคร้ายที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ “มะเร็งต่อมลูกหมาก”  ดังนั้น การดูแลตนเองด้วยวิธีง่ายให้ห่างใกลจากโรคร้ายที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง อย่างการรับประทานผักผลไม้ รวมถึงธัญพืชชนิดต่าง ๆ ที่มีสารอาหารช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งมีผลงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าการรับประทานสารอาหารดังต่อไปนี้ ช่วยให้ร่างกายต้านทานการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาย ด้วยสารไลโคปีน สารไลโคปีน  (Lycopene-Rich Foods) จัดเป็นสารที่มีมากและช่วยสังเคราะห์สีในมะเขือเทศ ซึ่งมีทั้งสีแดงและสีส้ม สำหรับสารเคมีจากธรรมชาติชนิดนี้ที่พบได้ในพืชผักสมุนไพร มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระและต้านทานการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกะเพาะอาหาร และมะเร็งปวดได้ด้วย ที่สำคัญ เมื่อนำมะเขือเทศไปผ่านกระบวนการทำให้สุขก่อนนำไปประกอบอาหาร เช่น อบ นึ่ง ทอด ให้มีสีแดงมากขึ้น ยังช่วยให้ร่างกายไดรับสารไลโคปีนมากกว่าการรับประทานแบบสด ๆ หรือหากใครชอบทานแบบสดร่วมกับสลัด ควรทำควบคู่กับน้ำมันอะโวอาโดหรือน้ำมันมะก่อน เพื่อให้ร่างกายดูดซึดสารชนิดให้มากยิ่งขึ้น 2.ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาย ด้วยสารซัลโฟราเฟน สารซัลโฟราเฟน ((Sunforaphane) เป็นสารที่มีสรรพคุณต้านมะเร็งต่อมลูกหมากได้ดีเช่นกัน เนื่องจากช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานอนุมูลอิสระได้ดี …

Continue Reading
เลือกทานอาหารที่ถูกต้อง ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม
สุขภาพ

เลือกทานอาหารที่ถูกต้อง ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม

เลือกทานอาหารที่ถูกต้อง ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม             แม้ทุกวันนี้ ยังไม่มีอาหารที่สามารถรักษาข้อเข่าเสื่อมได้โดยตรง แต่เมื่อเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากการรับประทานยาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้ป่วยได้รับสาอาหารที่เป็นประโยชน์หลากหลายชนิดที่ส่งผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง สำหรับสารอาหารที่เหล่านี้ ยังช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดการอักเสบ พร้อมกับช่วยเสริมสร้างข้อกระดูกต่างให้แข็งแรงขึ้นได้ สารอาหารที่สามารถช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อมได้ มีดังต่อไปนี้ 1.วิตามินซี = มีสรรพคุณช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุ่งเอ็นข้อต่อ ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่เริ่มมีอาการอักเสบตามข้อ ควรรับประทานที่มีวิตามินซี 90 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงควรรับประทานวิตามินซีให้ได้วันละ 75 มิลลิกรัม ซึ่งอาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ ส้ม ฝรั่ง สัปปะรด บรอกโคลี มะเขือเทศ มะละกอสุก กะหล่ำปลี ดอกกำหล่ำ เป็นต้น 2.วิตามินดี = มีสรรพคุณช่วยดูดซึมแคลเซียม เพื่อนำมาเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง โดยร่างกายกายของมนุษย์สามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้ทางผิวหนัง เมื่อได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงเช้า ทั้งนี้ ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดที่แรงเกินไป หรืออยู่ท่ามกลางแสงแดดนานเกินไป เพราะไม่มีผลดีต่อร่างกาย นอกจากนี้ก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงควบคู่ไปด้วย เช่น นม ไข่ปลา ปลาซาดีน …

Continue Reading
4 วิธีบรรเทาโรคเบาหวาน ไม่ต้องพึ่งยาเบาหวานอีกต่อไป
ยารักษาโรค

4 วิธีบรรเทาโรคเบาหวาน ไม่ต้องพึ่งยาเบาหวานอีกต่อไป

4 วิธีบรรเทาโรคเบาหวาน ไม่ต้องพึ่งยาเบาหวานอีกต่อไป 1.เลิกทานยาเบาหวาน หันมาปรับเปลี่ยนวิธิการกิน หันมาเลือกทานอาหารตามสูตร 2 ของชีวจิต = “เบาหวาน” มีพื้นฐานการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับความผิดปกติของถุงน้ำดี โรคปวดข้อ หรือ Arthritis เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ ล้วนเกิดจากอินอาหารผิดวิธี ดังนั้น ต้องแก้ที่อาหาร โดยการเลือกกินให้ถูกประเภทดังนี้ -อาหารกลุ่มแป้ง = เมื่อไม่อยากพึ่งยาเบาหวานอีกต่อไป หัวใจสำคือคือควบคุมปริมาณอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล หรือถ้าให้ดีควรเลือกกินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท หรือแป้งที่ไม่ขัดสีมากกว่าขัดขาว เนื่องจากร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมได้ช้ากว่า ระดับน้ำตาลในเลือดจึงไม่ขึ้นสูงเร็ว -ผัก = ผู้ป่วยเบาวหานควรหันมาให้รับประทานประเภทผักให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผักใบเขียวเข้มและมีเส้นใยสูง เนื่องจากผักมีส่วนผสมของแป้งอยู่น้อย น้ำตาลจึงขึ้นช้า ประกอบกับมีใยอาหารสูง การกินผักจึงช่วยให้อิ่มท้อง, กินอาหารน้อยลง, ช่วยลดน้ำหนัก, ส่งผลให้อินซูลินทำงานดีขึ้น ลดความรุนแรงของเบาหวานลงได้ -ผลไม้ = สามารถกินผลไม้ได้ แต่ให้ระวังปริมาณ ซึ่งไม่ควรมากเกินไป ไม่ควรกินผลไม้รสหวานจัด และไม่ควรกินมากกว่า …

Continue Reading
ต้านมะเร็งด้วย “สะเดา” ผักสวนครัว ทานง่าย สรรพคุณเพียบ
สมุนไพร

ต้านมะเร็งด้วย “สะเดา” ผักสวนครัว ทานง่าย สรรพคุณเพียบ

ต้านมะเร็งด้วย “สะเดา” ผักสวนครัว ทานง่าย สรรพคุณเพียบ             ประธานศูนย์ข้อมูลยาสมุนไพรการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก เผยว่า ทุกวันนี้ประชาคมโลกต่างให้ความสำคัญกับโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องใกล้ตัวเกี่ยวข้องกับทุกคน จึงควรศึกษาและทำความรู้จักกับโรคมะเร็งมากขึ้น เพราะจัดเป็นหนึ่งในโรค ที่ต้องใช้เวลายาวนานหลายปี ในกระบวนการเกิดโรค โดยมีสาเหตุการเกิดมะเร็งที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ร่างกายได้รับรังสี อิออนไนซ์ หรือได้รับสารเคมีที่เป็นพิษ จากอาหารและน้ำดื่ม ไปจนถึงพันธุกรรม วิถีการดำเนินชีวิต สภาพล้อม ซึ่งอัตราผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี และผู้โรคมะเร็งกว่าร้อยละ 70 มักเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ ต้านมะเร็ง ด้วยการใช้หลักการธรรมชาติ ดังนั้น การเสริมสร้างเกาะป้องกัน เพื่อช่วยต้านมะเร็ง โดยการใช้หลักการทางธรรมชาติ เช่น การรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เช่น การรับประทานพืชผักสวนครัวต้านโรคชนิดประเภทต่าง ๆ อาทิ สะเดา มะระขี้นก ขึ้นเหล็ก ย่านาง ตำลึง ดอกแค มะรุม ขมิ้นชัน ฟังข้าว กระชาย และอีกหลายชนิด พืชผักสวนครัวเหล่านี้ จัดเป็นสมุนไพร …

Continue Reading
ชายอดนิยม 4 ชนิด จัดเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่ดีที่สุด
สุขภาพ

ชายอดนิยม 4 ชนิด จัดเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่ดีที่สุด

ชายอดนิยม 4 ชนิด จัดเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่ดีที่สุด             “ชา” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพยอดนิยมลำดับต้น ๆ นอกจากนี้ อัตราการดื่มชาของผู้คนจากทั่วโลกยังเป็นรองเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ซึ่งในหนึ่งวันผู้คนทั่วโลกดื่มชากันมากถึง 18,000 – 20,000 ล้านถ้วยเลยทีเดียว โดยเฉพาะชาดังต่อไปนี้ ที่หลายคนชอบดื่มกันโดนทั่วไป ถือว่ามีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก 1.ชาขาว เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ หลายคนยกให้ “ชาขาว” เป็นสุดยอดชาขนานแท้ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุดในบรรดาชาทั้งหมด เหมาะกับนำมาดื่มเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย  ซึ่งชาขาวนั้น ได้มาจากกระบวนการเก็บเกี่ยวยอดชาที่อ่อนมาก ๆ ส่งผลให้ใบชามีขนเล็ก ๆ สีขาวปกคลุมอยู่ทั่วไป จากนั้นนำเข้าสู่ขั้นตอนการหมักบ่มเพียง 10-20% ส่งผลให้ชาขาวมีกาเฟอีนประมาณ 6-25 มิลลิกรัมต่อถ้วย พร้อมกับมีสารค่อต้านอนุมูลอิสระสูงยิ่งกว่าชาเขียวประมาณ 3 เท่า และมีรสชาติที่อ่อนละมุน ทานง่าย 2.ชาเขียว เป็นชาที่ปราศจากการบ่ม หนึ่งในเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพชั้นยอด สำหรับชาเขียวนั้น มีความพิเศษตรงที่ ไม่ต้องอผ่านการหมักบ่มใดใดทั้งสิ้น จึงสามารถคงสีสันและรสชาติขนาดแท้ดั่งเดิมของใบชาเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม หากเป็นยอดชาเมื่อถูกเก็บเกี่ยวมาใหม่ ๆ จะต้องนำมาผ่านความร้อนเพื่อหยุดยั้งกระบวนการเกิด Oxidation หรือปฏิกิริยาเคมี ที่เกิดจากการรวมตัวกับออกซิเจน …

Continue Reading
โรคร้ายอะไรบ้าง ที่ควรผ่าดักกระดูกสันหลังโดยด่วน
ยารักษาโรค

โรคร้ายอะไรบ้าง ที่ควรผ่าดักกระดูกสันหลังโดยด่วน

โรคร้ายอะไรบ้าง ที่ควรผ่าดักกระดูกสันหลังโดยด่วน             การผ่าตัดกระดูกสันหลัง คือหนึ่งในวิธีรักษาผู้ที่กำลังเผชิญกับโรคหมอนกระดูกเสื่อม ซึ่งตะเริ่มเสื่อมลงเรื่อย ๆ เมื่อมีอายุ  25 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ น้ำหนักตัวที่มากเกินกำหนด หรือการทำงานที่เสี่ยงต่อการกระแทก หรือต้องก้ม-เงยบ่อย ๆ ไปจนถึงผู้ที่สูบบุหรี่และปัจจัยทางพันธุกรรม ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคได้เร็วขึ้นเช่นกัน ทุก ๆ คนมีโอกาสเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง โรคกระดูกและหมอนรองกระดูกเสื่อม จัดเป็นธรรมชาติของมนุษย์ มีการทดลองนำนักกีฬาสุขภาพแข็งแรง มาตรวจสุขภาพร่างกาย ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI พบว่า บรรดานักกีฬาเหล่านี้ เสี่ยงต่อการเกิดหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมถึง 23%  ส่วนในคนที่อายุเกิน 60 ปี สามารถตรวจพบหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้เช่นกัน ในอัตรามากถึง 90% จึงไม่ใช่เรื่องวิตกแต่อย่างใด เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคกระดูกสันหลังเสื่อมในร่างกายของท่าน มีโรคอะไรอีก ที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกสันหลัง นอกจากนี้ โรคที่อาจเป็นเหตุต้องเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังก็มีอีกหลายโรคด้วยกัน เช่น โรคเนื้องอกของกระดูกสันหลัง ติดเชื้อในกระดูกสันหลัง กระดูกหักและยุบจากโรคกระดูกพรุน กระดูกคด หรือผิดรูปทรงของกระดูกสันหลัง เป็นต้น จะทราบได้อย่างไร ว่าถึงเวลาที่ต้องผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้ว            1.ผู้ป่วยที่มีความจำนงค์เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกสันหลัง เพราไม่อาจทนกับความเจ็บปวดได้ 2.มีอาการเจ็บปวดจากการทำลายของเส้นประสาททั้งหลาย …

Continue Reading
ยารักษาโรค 01
ยารักษาโรค

5 ข้อเบื้องต้นในการใช้ยารักษาโรค

เมื่อถึงคราวเจ็บป่วยและต้องไปพบหมอ ก็จะต้องรับประทานยาตามที่หมอจัดมาให้ แต่สำหรับผู้ป่วยบางคนอาจจะคิดว่าการดื้อยาครั้งสองครั้งคงจะไม่ส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด ยังมีพฤติกรรมหลายอย่างที่เราไม่ควรปฏิบัติในช่วงเวลาที่ต้องทานยา ทั้งนี้ก็เพื่อให้อาการเจ็บป่วยหายโดยเร็วและไม่ต้องกลับไปพบหมอซ้ำอีกครั้ง จึงจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของหมออย่างเคร่งครัด เชื่อฟังแพทย์และไม่ควรหยุดยาเอง ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลหรือคลินิก เราจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวระหว่างที่ทำการรักษาอาการเจ็บป่วยนั้นๆ รวมถึงข้อปฏิบัติในการทานยาแต่ละตัว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะบอกเราว่าจะหายจากอาการเจ็บป่วยนี้ช้าหรือเร็วแค่ไหน ได้ผลมากหรือน้อย ผู้ป่วยบางคนตัดสินใจที่จะหยุดยาเองเมื่อรู้สึกว่าอาการดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเลย เพราะถ้าหากไม่ทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง อาจทำให้โรคนั้นวนกลับมาหาเราอีกรอบก็เป็นได้ อย่าทานยาตอนท้องว่างยกเว้นแพทย์ระบุ เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่าทานยาหลังอาหาร เนื่องจากยาส่วนใหญ่จะให้เราทานหลังอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง ยาบางตัวเมื่อทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะของเราตอนท้องว่างก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ ทั้งตัวยายังอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือฉลากที่ระบุไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเพิ่มตามมา     ไม่ควรซื้อยาทานเองแม้จะเป็นตัวยาเดียวกับที่แพทย์สั่ง นับว่าเป็นข้อที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์หรือเภสัช แม้ว่ายาบางตัวจะเป็นตัวเดียวกับที่แพทย์เคยสั่งเป๊ะๆ แต่เราไม่สามารถรู้เลยว่าต้องทานมากน้อยแค่ไหน มีการปรับปรุงส่วนผสมของตัวยาให้แตกต่างไปจากยาในโรงพยาบาลหรือเปล่า และเหมาะสมกับอาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่จริงหรือไม่ ดังนั้น การไปพบแพทย์โดยตรงจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ห้ามใช้ตัวยาใกล้เคียงโดยคิดว่าผลลัพธ์ไม่ต่างกัน ในกรณีที่คนรู้จักเราเคยมีอาการเจ็บป่วยแบบเดียวกันแต่ใช้ยาคนละตัว เราจึงอยากลองใช้ยาตัวนั้นดูบ้างเพราะคิดว่าน่าจะได้ผลเหมือนกัน แต่ใช่ว่ายาทุกชนิดจะเหมาะสมกับเรา ซึ่งการทานยาที่แพทย์สั่งนั้นมีสิ่งสำคัญที่แตกต่างอยู่คือแพทย์จะถามอาการแพ้ของเรา แต่บางทียาที่เราเลือกเองหรือทานตามคนรู้จักก็ทำให้เกิดอาการแพ้เพราะเราไม่รู้ส่วนผสมของตัวยานั่นเอง แจ้งแพทย์ทันทีเมื่อได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรง เป็นปกติที่ยาบางตัวจะมีผลข้างเคียงต่อร่างกายของเรา อยู่ที่ว่ามีมากหรือมีน้อย ถ้าหากมีผลข้างเคียงรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันควรปรึกษาแพย์เพื่อขอเปลี่ยนเป็นยาตัวอื่น เพราะถ้าหากเราฝืนใช้ยาที่มีผลข้างเคียงรุนแรงต่อไป ตัวเราเองอาจได้รับผลเสียโดยเปล่าประโยชน์ก็ได้

Continue Reading
นักวิจัย พบวิธีรักษากระดูกสันหลัง ด้วยสเต็มเซลล์
สุขภาพ

นักวิจัย พบวิธีรักษากระดูกสันหลัง ด้วยสเต็มเซลล์

นักวิจัย พบวิธีรักษากระดูกสันหลัง ด้วยสเต็มเซลล์             วิธีการรักษากระดูกสันหลังแบบใหม่ถูกค้นพบขึ้น ด้วยการนำเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์เข้าไปช่วยบรรเทาการอักเสบในหมอนรองกระดูก พร้อมกับซ่อมแซมส่วนทีเสียหาย ส่งผลให้คนไข้ปราศจากอาการปวดหลังได้นานถึง 2-3 ปี นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ปัญหาเสพติดยาแก้ปวด ซึ่งพบได้บ่อยในคนไข้หลายล้านคน ทีมนักวิจัยผู้ของบริษัท Mesoblast ของออสเตรเลีย ผู้ซึ่งค้นพบวิธีรักษากระดูกสันหลังแบบใหม่ ประสบผลสำเร็จในกระบวนการทดลองขั้นต้น ด้วยการฉีดสเต็มเซลล์ที่เพาะเลี้ยงจากไขกระดูก ซึ่งมีผู้บริจาคมาให้ เข้าไปภายในหมอนรองกระดูกของคนไข้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง พบว่า วิธีการรักษากระดูกสันหลังแบบใหม่ ด้วยการฉีกเสตมเซลล์เข้าไป สามารถทำให้อาการปวดของคนไข้หายขาดได้จริง พร้อมกับช่วยให้หมอนรองกระดูกที่เสื่อมสภาพและเสียหาย สามารถฟื้นฟูเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ได้ จนกระทั่งอาการเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับผู้ที่ปวดเรื้อรังบริเวณแผ่นหลังส่วนล่าง ที่เชื่อมต่อกับสะโพก วิธีการรักษากระดูกสันหลังแบบใหม่ ช่วยให้ผู้ป่วยปราศจากอาการแพ้ นายซิลวิอู อิเตสคู หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า สำหรับวิธีรักษากระดูกสันหลังแบบใหม่นั้น จะใช้สเต็มเซลล์ฉีดให้ผู้ป่วย 1 ครั้ง ซึ่งมีปริมาณของเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้รับประมาณ 6 ล้านเซลล์ และเป็นเซลล์ประเภท Mesenchymal Precursor จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ นั่นเป็นเพราะว่า ภูมิคุ้มกันของคนไข้ไม่ต่อต้านเซลล์ดังกล่าว ดังนั้น ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องทานยากดภูมิคุ้มกันอีกต่อไป ผลการทดลอง …

Continue Reading
อยากผอมแต่ลดน้ำหนักผิดวิธี คือสาเหตุผมร่วง
สุขภาพ

อยากผอมแต่ลดน้ำหนักผิดวิธี คือสาเหตุผมร่วง

อยากผอมแต่ลดน้ำหนักผิดวิธี คือสาเหตุผมร่วง             การออกกำลังกายผิดวิธี สำหรับคนที่อยากผอมสามารถทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ซึ่งหลายอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายควบคู่ไปกับการกินอาหาร ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างร่างกายก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ไม่ควรหักโหมจนเกินไปเพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะการควบคุมปริมาณอาหารที่น้อยเกินไป ก็เป็นตัวการเร่งให้เกิดผมร่วงได้ไวขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกด้วย เช่น โปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่สามารถทำให้เส้นผมมีสุขภาพดี ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผมร่วง ควรปฏิบัติอย่างถูกต้องตามวิธีดังนี้ 1.ผมร่วงเกิดได้จาก ร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงไม่ควรลดจำนวนแคลอรี่ที่ได้รับต่อวันมากเกินไป เพราะจะส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหาร ซึ่งมีความจำเป็นต่อสุขภาพของผมและหนังศีรษะ 2.ควรรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนสูง เนื่องจากโปรตีนถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นผม และสามารถแก้ปัญหาผมบางได้ด้วยเช่นกัน 3.ในแต่ละมื้อควรเน้นธัชพืชให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มธาตุเหล็กให้กับร่างกาย เพราะธาตุเหล็กเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยเรื่องการนำออกซิเจนไปเลี้ยงยังเส้นผม 4.ทานผลไม้เพื่อเพิ่มวิตามินให้กับร่างกาย การขาดวิตามินคือสาเหตุผมร่วงเสีย นอกจากจะได้รับประโยชน์แล้ว ยังช่วยให้อิ่มสบายท้องอีกด้วย การออกกำลังกายคือสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรหักโหมมากไปเพราะทำให้ผมร่วงได้ สาเหตุที่ทำให้ผมร่วง จากการออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป สามารถทำให้เกิดภาวะความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นผมเกิดการหลุกร่วง ดังนั้น ควรจัดสรรตารางออกกำลังกายแต่พอดี เพื่อไม่ให้เกิดกระทบต่อเส้นผมและสุขภาพของเรา  เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอและเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ผมก็จะหยุดหลุดร่วงไปเอง ภายในระยะเวลา 3 เดือน แนวทางการรักษาผมร่วง สำหรับแนวการรักษาผมร่วงนั้น นอกเหนือจากการรับประทานวิตามิน การออกกำลังกายแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน …

Continue Reading
อาการผมร่วงไม่หยุดของแม่หลังคลอด เกิดจากอะไร
สุขภาพ

อาการผมร่วงไม่หยุดของแม่หลังคลอด เกิดจากอะไร?

อาการผมร่วงไม่หยุดของแม่หลังคลอด เกิดจากอะไร?             สำหรับคุณแม่ที่พบว่าตนเองมีอาการ “ผมร่วง” หลังคลอด (สามารถเกิดทั้งแม่และลูก) มีสาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ในระหว่างตั้งครรภ์และการคลอด เพราะโดยปกติ เส้นผมคนเราจะมีหลุดร่วงประมาณ 100 เส้นต่อวัน ดังนั้น อาการผมร่วงของคุณแม่หลังคลอด จึงเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเป็นหลัก แต่ทว่า ในช่วงตั้งครรภ์ จะส่งผลให้คุณแม่มีระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนสูงมาก หรือในคุณแม่ที่ใช้ยาคุมกำเนิดซึ่งมีฮอร์โมนเอสโทรเจนเป็นส่วนประกอบ (ทั้งแบบกินและแบบฉีด) ก็จะทำให้เส้นผมหลุดร่วงน้อยลง อาการผมร่วงหลังคลอด มีวิธีแก้ไขอย่างไร? อาการผมร่วงของคุณแม่จะมากผิดปกติ จนกระทั่งทำให้ผมบางผิดสังเกตได้ ในช่วงหลังคลอดลูกหรือหยุดใช้ยาคุม เนื่องจากฮอร์โมนดังกล่าวจะค่อย ๆ ลดระดับลงจนต่ำสุดในช่วงประมาณ 3 – 6 เป็นผลให้เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้อาการผมร่วงแบบผิดปกติ ยังเกิดจากสาเหตุอื่นร่วมด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะคุณแม่บางคนที่ภาวะโภชนาการไม่ดีอยู่แล้ว ก็จะทำให้ร่างกายของคุณแม่หลังการคลอดทรุดโทรมลงได้ บวกกับไม่ได้มีการบำรุงร่างกาย ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ เพราะมีความเชื่อผิด ๆ หรือกลัวเป็นของแสลง สิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกายตึงเครียดสูง ส่งผลให้ผมร่วงมากผิดปกติ ซึ่งสามาถแก้ไขได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ เพียงปรับตัวให้มีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น พร้อม ๆ กับการมีเวลาพักผ่อนให้กับตนเองอย่างเพียงพอ เท่านี้อาการเส้นผมหลุดร่วงก็จะเริ่มกลับมาสู่ปกติในไม่ช้า ในกรณีที่ผมร่วงจากอิทธิพลของฮอร์โมน มีวิธีแก้ไขอย่างไร? สำหรับคุณแม่ที่ผมร่วงแบบในกรณีนี้ …

Continue Reading