ถอดสูตรสยอง ยารักษาโรคลมบ้าหมูจากศตวรรษที่ 17
ยารักษาโรค

ถอดสูตรสยอง ยารักษาโรคลมบ้าหมูจากศตวรรษที่ 17

ถอดสูตรสยอง ยารักษาโรคลมบ้าหมูจากศตวรรษที่ 17

            ก่อนวิทยาการทางการแพทย์จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วหมือนกับทุกวันนี้ ในอดีตล้วนต้องผ่านการลองผิดลองถูกมากมายหลายครั้ง ด้วยเหตุนี้เอง จึงเห็นการรักษาที่แปลก ๆ หลายอย่างเกิดขึ้นในครั้งอดีตอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอาการปวดหัวด้วยวิธีการเจาะกะโหลกเพื่อระบายความดันข้างใน การใช้สารปรอทเพื่อรักษาโรคซิฟิลิส หรือจะเป็นการกำจัดเหาด้วยการใช้ยาฆ่าแมลงพ่นใส่หัวโดยตรง แต่ทว่า ความสยองเหล่านั้นยังไม่หมดไป เพราะการรักษาที่จะได้อ่านต่อไปนี้ การแพทย์ในอดีตได้ใช้ “ชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์” มาทำเป็นยานั่นเอง!!

ต้นกำเนิดยารักษาโรคลมบ้าหมูสุดสยอง กับส่วนผสมลับ

ต้องย้อนไปในยุโรปศตวรรษที่ 17 ในตอนนั้น มีนักวิทยาศาสตร์หัวกะที 2 คน คือ ชาวอังกฤษและฝรั่งเศสได้ออกมาเปิดเผยถึงยาสูตรลับ ที่สามารถรักษาโรคลมบ้าหมูให้หายเป็นปริดทิ้งได้ นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองท่านนี้ คนหนึ่งมีดีกรีเป็นถึงแพทย์ในวัง ส่วนอีกท่านก็มีดีกรีเป็นถึงนักเคมีชื่อดังในยุคนั้นที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง ทั้งสองท่านได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ที่ได้ยินเป็นอย่างมาก เนื่องจากสูตรยารักษาโรคลมบ้าหมูดังกล่าวต้องใช้ “สมองมนุษย์” เป็นส่วนประกอบหลัก

สำหรับสูตรยาดังกล่าว ต้องใช้สมองของมนุษย์ที่เสียชีวิตไม่เกิน 2 ชั่วโมง ที่สำคัญต้องสมองเป็นของเด็กหนุ่มวัย 14-18 ปีเท่านั้น จากนั้นทำการผ่าสมองส่วน “Grey Matter” (รอยหยักในสมอง) ออกมาจากร่าง เมื่อนำสมองเนื้อนุ่ม ๆ ออกจากกะโหลกได้แล้ว ต้องนำไปบดให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นครีมเสียก่อน จากนั้น นำเนื้อสมองที่ละเอียดได้ที่ผสมลงในไวน์ และส่วนผสมลับอีกอย่างที่จะขาดไปไม่ได้ก็คือ “ขี้ม้า” สดใหม่ ที่ถูกขับออกมาไม่เกิน 6 ชั่วโมง จากนั้นตีให้เข้ากันจนเหลวรวมเป็นเนื้อเดียว และบรรจุขวดหมักไว้เป็นเวลา 6 เดือน

ขั้นตอนการรับประทานยาชนิดนี้

เมื่อกระบวนการหมักเสร็จสิ้นลงไป ยารักษาโรคลมบ้าหมูที่ออกมาก็จะมีสภาพเละ ๆ ดังนั้น ต้องกรองเอากากส่วนเกินออกและนำน้ำที่ได้ไปกลั่นก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี เนื่องจากยาที่ได้นั้น มีกลิ่นค่อนข้างฉุนทำให้การป้อนให้ผู้ป่วยกินแต่ละครั้งจำเป็นต้องเติมกลิ่นต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้รับประทานได้ไม่ยากนัก ไม่ว่าจะเป็นการใช้วานิลา กลิ่นอบเชย หรือกลิ่นดอกลาเวนเดอร์เพื่อกลบกลิ่นที่รุนแรง

ทั้งนี้ ตำรายาดังกล่าวยังระบุไว้อีกว่า หากหาสมองสด ๆ ของเด็กหนุ่มไม่ได้ ก็สามารถใช้ร่างของมนุษย์ทั้งร่างได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องนำไปบดให้ละเอียดจนเป็นครีมและทำด้วยวิธีเดียวกันกับสมอง สำหรับผลการรักษานั้นนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองท่าน ยืนยันว่าสามารถใช้รักษาโรคลมบ้าหมูได้จริง แต่ทว่าไม่มีใครกล้าทำตามเลยแม้แต่น้อย