ถอดสูตรสยอง ยารักษาโรคลมบ้าหมูจากศตวรรษที่ 17
ยารักษาโรค

ถอดสูตรสยอง ยารักษาโรคลมบ้าหมูจากศตวรรษที่ 17

ถอดสูตรสยอง ยารักษาโรคลมบ้าหมูจากศตวรรษที่ 17             ก่อนวิทยาการทางการแพทย์จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วหมือนกับทุกวันนี้ ในอดีตล้วนต้องผ่านการลองผิดลองถูกมากมายหลายครั้ง ด้วยเหตุนี้เอง จึงเห็นการรักษาที่แปลก ๆ หลายอย่างเกิดขึ้นในครั้งอดีตอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอาการปวดหัวด้วยวิธีการเจาะกะโหลกเพื่อระบายความดันข้างใน การใช้สารปรอทเพื่อรักษาโรคซิฟิลิส หรือจะเป็นการกำจัดเหาด้วยการใช้ยาฆ่าแมลงพ่นใส่หัวโดยตรง แต่ทว่า ความสยองเหล่านั้นยังไม่หมดไป เพราะการรักษาที่จะได้อ่านต่อไปนี้ การแพทย์ในอดีตได้ใช้ “ชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์” มาทำเป็นยานั่นเอง!! ต้นกำเนิดยารักษาโรคลมบ้าหมูสุดสยอง กับส่วนผสมลับ ต้องย้อนไปในยุโรปศตวรรษที่ 17 ในตอนนั้น มีนักวิทยาศาสตร์หัวกะที 2 คน คือ ชาวอังกฤษและฝรั่งเศสได้ออกมาเปิดเผยถึงยาสูตรลับ ที่สามารถรักษาโรคลมบ้าหมูให้หายเป็นปริดทิ้งได้ นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองท่านนี้ คนหนึ่งมีดีกรีเป็นถึงแพทย์ในวัง ส่วนอีกท่านก็มีดีกรีเป็นถึงนักเคมีชื่อดังในยุคนั้นที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง ทั้งสองท่านได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ที่ได้ยินเป็นอย่างมาก เนื่องจากสูตรยารักษาโรคลมบ้าหมูดังกล่าวต้องใช้ “สมองมนุษย์” เป็นส่วนประกอบหลัก สำหรับสูตรยาดังกล่าว ต้องใช้สมองของมนุษย์ที่เสียชีวิตไม่เกิน 2 ชั่วโมง ที่สำคัญต้องสมองเป็นของเด็กหนุ่มวัย 14-18 ปีเท่านั้น จากนั้นทำการผ่าสมองส่วน “Grey Matter” (รอยหยักในสมอง) ออกมาจากร่าง เมื่อนำสมองเนื้อนุ่ม ๆ ออกจากกะโหลกได้แล้ว ต้องนำไปบดให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นครีมเสียก่อน จากนั้น นำเนื้อสมองที่ละเอียดได้ที่ผสมลงในไวน์ …

Continue Reading
ยาดัดแปลงยีนรักษามะเร็ง จากเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วย
ยารักษาโรค

ยาดัดแปลงยีนรักษามะเร็ง จากเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วย

ยาดัดแปลงยีนรักษามะเร็ง จากเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วย             สำหรับเทคนิคการรักษามะเร็งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการใช้ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยมาใช้ในการรักษาตนเอง ซึ่งถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบลิมโฟบลาสติก (Acute Lymphoblastic Leukemia – ALL) เมื่อการรักษามะเร็งแบบวิธีดั้งเดิม เช่น การผ่าตัด หรือเคมีบำบัดไม่สามารถใช้ได้ผลอีกต่อไป ขั้นตอนการใช้ยาดัดแปลงยีนรักษามะเร็งในตัวผู้ป่วย วิธีรักษามะเร็งด้วยเทคนิคนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเริ่มจากสกัดเอาเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์จากเลือดของผู้ป่วยออกมา จากนั้นจะนำไปผ่านกระบวนการดัดแปลงพันธุกรรมด้วยไวรัสต่อไป เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วจะทำให้ได้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า CAR-T ขึ้นมา สำหรับนำกลับเข้าไปใช้ในร่างกายผู้ป่วยต่อไป ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผ่านกระบวนการดัดแปลงพันธุกรรมแล้ว จะมีความสามารถในการค้นหาและแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าไปทำลายและรักษามะเร็งให้กับผู้ป่วย โดยจะสอดคล้องกับสภาพของร่างกายผู้ป่วยแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป การรักษามะเร็งด้วยวิธีนี้ ได้ผลมากถึง 83% ผลการทดลองที่ผ่านมา เมื่อใช้วิธีรักษามะเร็งแบบนี้ ในผู้ป่วยจำนวน 63 ราย พบว่าการรักษาประสบผลสำเร็จมากถึง 83% เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนไข้รายแรกที่เข้ารับการทดลองรักษาด้วยวิธีนี้ พบว่าสามารถฟื้นตัวจากอาการป่วยระยะสุดท้ายมาได้อย่างรวดเร็ว จนร่างกายปราศจากจากเซลล์มะเร็งมาได้เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วสำหรับเทคนิคดังกล่าว นับว่ามีศักยภาพเพื่อนำไปพัฒนาและต่อยอดเพื่อการรักษาให้ได้หลากหลายชนิดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเทคนิคนี้เหล่านี้ ล้วนส่งผลดีกับการรักษาโรคจำพวกมะเร็งเม็ดเลือด แต่ยังไม่ค่อยให้ผลที่มากดีนักเมื่อนำไปรักษากับมะเร็งชนิดที่เป็นก้อนเนื้อแข็ง เช่น มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง การรักษามะเร็งด้วยวิธีนี้มีความเสี่ยง แต่ยังคงมีวิธีแก้ไข แต่ถึงอย่าง เทคนิคการรักษามะเร็งดังกล่าว ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่บ้าง …

Continue Reading
สมุนไพรไทย สุดยอดแห่งยาเบาหวาน
สมุนไพร

สมุนไพรไทย สุดยอดแห่งยาเบาหวาน

สมุนไพรไทย สุดยอดแห่งยาเบาหวาน             ยาเบาหวานที่ดีที่สุด นั่นคือ การดูแลตัวเองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้วยความใกล้ชิดและมีวินัยต่อตนเอง ที่สำคัญ วิธีรักษาทางการแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและการใช้สมุนไพรไทย ควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาอย่างถึงที่สุด จนสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและรักษาระดับอินซูลินให้อยู่ในระดับที่เพียงพอได้แล้ว เพียงเท่านี้ผู้ป่วยก็สามารถอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานได้อย่างไม่เป็นอุปสรรค “เบาหวาน” ถือเป็นหนึ่งในโรคที่พรากชีวิตคนไทยไปจำนวนไม่น้อย อีกทั้งยังเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่ถึงอย่างไรจากผลงานวิจัยด้านการแพทย์ก็ได้ค้นพบว่า สมุนไพรไทยเป็นยาเบาหวานที่สามารถรักษาโรคเบาหวานหายขาด ใบชะพลูผักพื้นบ้านของไทยที่นิยมกินกันเป็นยาเบาหวาน โดยรับประทานแบบสด ๆ  หรือจะนำมาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหารต่าง ๆ ก็ได้ เพราะมีสรรพคุณเป็นยาเบาหวานที่ดีเช่นกัน ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด, มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง อุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินสูงที่ร่างกายต้องการ เช่น แคลเซียม, วิตามินเอและซี เป็นต้น จากข้อมูลตำรับยาพื้นบ้านของไทยระบุไว้ว่า สามารถนำเอาต้นชะพลูมาต้มดื่มเพื่อเป็นยาเบาหวานได้ โดยมีวิธีการที่ง่ายสุดก็คือต้มกับน้ำแล้วดื่ม โดยใช้ชะพลูทั้งต้นไปจนถึงรากประมาณ 1 กำมือ แลวนำมาต้มกับน้ำเปล่า 3 ขัน จากนั้นให้เคี่ยวจนเหลือเพียง 1 ขัน เสร็จแล้วนำมาดื่มครั้งละ 1/2 แก้วกาแฟ โดยดื่มก่อนอาหารทั้ง 3 มื้อ มะระขี้นก ยาเบาหวานอันเลื่องชื่อ สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีเยี่ยม มะระขึ้นก ถือเป็นยาเบาหวานที่ดี เพราะช่วยต้านทานอาการของโรคเบาหวาน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินในตับอ่อน, …

Continue Reading
เลี้ยงปลาให้สวยงาม ด้วยสาหร่ายสไปรูลิน่า
สมุนไพร

เลี้ยงปลาให้สวยงาม ด้วยสาหร่ายสไปรูลิน่า

เลี้ยงปลาให้สวยงาม ด้วยสาหร่ายสไปรูลิน่า             การนำสาหร่ายสไปรูลิน่า มาใช้ในแวดวงปลาสวยงามนั้นมีมานานมากแล้ว นั่นก็เพราะในสาหร่ายดังกล่าวมีสารประเภททีนและซีอาแซนทิน ที่ช่วยให้ปลาเหล่านั้นมีสีสันที่งดงามขึ้นได้ สำหรับการนำสาหร่ายสไปรูลิน่ามาใช้กับปลาสวยงามกว่าร้อยละ 95 มักจะนำไปผสมกับอาหารเม็ดสำเร็จรูปเป็นหลัก เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งสีให้ปลาและสะดวกต่อการนำไปใช้งาน สาหร่ายสไปรูลิน่ามีอยู่ประมาณ 20 สายพันธุ์ทั่วโลก แต่นำมาใช้ประโยชน์ได้เพียงหยิบมือ สาหร่ายสไปรูลิน่า มีการกระจายพันธุ์อยู่ในแหล่งน้ำทั่วโลกประมาณ 20 สายพันธุ์ แต่สายพันธ์ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มีเพียงแค่ 2 สายพันธ์เท่านั้น ได้แก่ สายพันธุ์แมกซิม่า และพาเทนสิส แต่หากเปรียบเทียบในแง่คุณภาพแล้ว สายพันธุ์แมกซิม่าถือว่ามีคุณภาพดีมากที่สุด แต่ก็เป็นสายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงยากมากที่สุดเช่นกัน ซึ่งข้อแตกต่างอีกประการของสาหร่ายสไปรูลิน่าทั้ง 2 สายพันธุ์คือ เมื่อส่องกล้องจุลทรรศน์ดูจะสังเกตุเห็นได้ว่ามีรูปร่างเป็นเส้น และมีขดที่เหมือนกับสปริง โดยทั่วไปแล้วจำนวนเกลียวของสายพันธุ์แมกซิม่าจะมีความถี่มากกว่าสายพันธุ์พาเทนซิส แต่สายพันธุ์แมกซิม่าจะมีอัตราเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ดีในแหล่งน้ำที่มีความกระด้างค่อนข้างสูงกว่า แหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทย ก็มีการกระจายพันธุ์ของสาหร่ายสไปรูลิน่าด้วยเช่นกัน      สาหร่ายสไปรูลิน่าที่แพร่กระจายอยู่ในประเทศไทย ส่วนมากเป็นสายพันธุ์พาเทนซิล เนื่องจากสาหร่ายสายพันธุ์นี้จะมีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก ถึงแม้ว่าในแหล่งน้ำบางแห่งจะมีการกระจายพันธุ์ของสาหร่ายเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ทว่าวงจรชีวิตของสาหร่ายในธรรมชาติจะค่อนข้างสั้น ที่สำคัญสาหร่ายจากแหล่งน้ำธรรมชาติจะไม่สามารถควบคุมการปนเปื้อนของสารเคมีได้อย่างเต็มที่ หรือโลหะหนักจำพวกตะกั่วและแคดเมียมได้ จึงเป็นที่นิยมที่จะนำมาเลี้ยงในบ่อหรือภาชนะกันมากกว่า ซึ่งการเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าในบ่อใหญ่ หรือภาชนะจะไม่มีระยะเวลาตายตัวว่าจะต้องเก็บผลผลิตเมื่อไร ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการนำไปใช้เสียมากกว่า เพราะคุณภาพของสาหร่ายเหล่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูดซึมแร่ธาตุเป็นหลัก ยิ่งสาหร่ายดูดซึมแร่ธาตุเอาไว้ได้มากเท่าไหร่ สีก็จะยิ่งเข้มขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน   ทั้งหมดนี้ก็คือคุณประโยชน์ของสาหร่ายสไปรูลิน่า ที่บรรดาคนในวงการปลาสวยงามต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า …

Continue Reading
สาหร่ายสไปรูลิน่า สายพันธ์ไทย
สมุนไพร

สาหร่ายสไปรูลิน่า สายพันธ์ไทย

สาหร่ายสไปรูลิน่า สายพันธ์ไทย             “สาหร่ายเกลียวทอง” ชื่อนี่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก แต่หากพูดถึงสาหร่ายสไปรูลิน่า รับรองได้เลยว่าต้องไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยการการันตีด้านสรรพคุณ และคุณค่าทางโภชนาการ ที่ผู้บริโภคจะได้รับ ที่กล่าวกันว่า โปรตีนของสาหร่ายชนิดนี้ มีมากเสียยิ่งกว่ากินสเต็ก เป็นจานอีกด้วย อาหารเสริมเม็ดเล็ก แต่บรรจุคุณค่าสารอาหารไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตามที่ระบุไว้ข้างกล่อง กำลังกลายเป็นธุรกิจ “อินเทรนด์” ระดับโลก ที่ช่วยสร้างเงินล้านให้กับเจ้าฟาร์มกรีนไดมอนด์ ที่มีคุณสมชาย บุญสม และ เจียมจิตต์ บุญสม สองสามีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ที่กันบุกเบิก และสร้างชื่อของสาหร่ายเกลียวทอง หรือสาหร่ายสไปรูลิน่า สายพันธ์ไทย จนเป็นที่รู้จักของคนไทย ด้วยความพยายามมากกว่า 20 ปี ในวันนี้ทั้งสองคน มีความสุขดีกับธุรกิจขนาดย่อม ไปกับฟาร์มสาหร่ายเกลียวทอง ที่อำเภอแม่วาง แห่งจังหวัดเชียงใหม่ ต้นกำเนิดสาหร่ายสไปรูลิน่า สายพันธ์ไทย หรือสาหร่ายเกลียวทอง คุณสมชาย ในฐานะผู้ดูแลและวางระบบฟาร์มสาหร่ายสไปรูลิน่า เล่าให้ฟังถึงต้นกำเนิดว่า “เมื่อประมาณปี พ.ศ 2526 ตอนนั้นคุณเจียมจิตต์ ยังรับราชการอยู่ที่สถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ ในตำแหน่งนักวิจัย ภรรยาผมมีหน้าที่ค้นคว้าและวิจัย ด้านการเพาะเลี้ยงสาหร่าย และสรรพคุณของสาหร่ายเกลียวทอง …

Continue Reading
สมุนไพรราคาแพงที่สุดในโลก
สมุนไพร

สมุนไพรราคาแพงที่สุดในโลก

สมุนไพรราคาแพงที่สุดในโลก             สมุนไพรหลากหลายชนิดสามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ มีราคาที่ไม่แพงใครก็สามารถซื้อได้ แต่ทว่ายังมีสมุนไพรอีกบางชนิดเช่นกันที่หาได้ยากยิ่งและมีราคาที่สูงเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าเป็นสมุนไพรที่มีราคาแพงที่สุดบนโลกใบนี้เลยทีเดียว และหากเทียบกับน้ำหนักแล้วอาจแพงเสียยิ่งกว่าทองคำด้วยซ้ำ!! เนื่องมาจากความหายาก กระบวนการผลิตที่แสนลำบาก และสรรพคุณของตัวสมุนไพรที่ช่วยบำรุงรักษาร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง หญ้าฝรั่น อาจฟังดูไม่คุ้นหูเท่าไหร่นักสำหรับคนทั่วไป แต่หากเป็นผู้ที่อยู่ในวงการสมุนไพร หรือหลงไหลในรสชาติของอาหารต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี สมุนชนิดนี้ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยา และเมนูอาหารราคาแพง อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นส่วนผสมของน้ำหอมได้อีกด้วย ซึ่งเกสรของหญ้าฝรั่นนี้มีสรรพคุณทางยาหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นลดการเกิดแผลในกระเพราะอาหาร ลดความเครียด ลดอาการปวดและอักเสบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถต้านเชื้อราหรือแบคที่เรียได้หลายชนิด สิ่งที่ทำให้พืชชนิดนี้มีราคาแพงนั้น อยู่ที่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาที่มีความยากลำบาก เพราะต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น อีกทั้งยังต้องเก็บเกี่ยวให้เสร็จภายในระยะเวลา 24 ชม. อีกด้วย และห้ามโดนแสงแดดอย่างเด็ดขาด!! จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เครื่องเทศ หรือสมุนไพรชนิดนี้จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 37,000 – 370,000 บาท โสม จัดเป็นสมุนไพรที่มีความยากลำบากในการปลูก ทั้งยังต้องใช้ระยะเวลายาวนานถึง 6 ปี และต้องเก็บเกี่ยวให้ถูกต้องตามเวลาด้วยมิฉะนั้นคุณภาพของโสมจะลดลงทันที ซึ่งโสมนั้นยิ่งเกรดดีเท่าไหร่ราคาก็จะแพงมากขึ้นเท่านั้น และด้วยสรรพคุณที่จัดเป็นยาอายุวัฒนะ จึงส่งผลให้โสมมีราคาตั่งแต่กิโลกรัมละหลักหมื่นบาท ไปจนถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว ถั่งเช่า เนื่องด้วยความยากในการเกิดขึ้นของสมุนไพรชนิดนี้ รวมถึงการเก็บเกี่ยว และการดูแลรักษาที่แสนลำบาก บวกกับสรรพคุณที่มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ การบำรุงระบบเลือดและอวัยวะภายในต่าง …

Continue Reading
วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่
ยารักษาโรค

วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่             ในทุกวันนี้เทคโนโลยีทางกางแพทย์ และความชำนาญของบรรดาแพทย์กับการตรวจรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ และทางทวารหนักมีความก้าวหน้าพัฒนาไปอย่างมาก จึงทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน ซึ่งการรักษามะเร็งที่เกิดทางทวารหนัก และลำไส้ใหญ่นั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ “การผ่าตัด” ที่สามารถทำได้ในทุกระยะของโรค แล้วค่อยทำการรักษาเพิ่มเติม เช่น รังสีรักษา หรือยาเคมีบำบัด ในบางครั้งหลายคนอาจจะมองว่าถ้าเป็นผู้ป่วยระยะที่ 4  ที่เกิดการแพร่กระจาย ไม่จำเป็นต้องรักษาก็ได้เพราะคงไม่มีข้อดีอะไร มุมมองแบบนี้อาจจะไม่ถูกต้องมากนัก เพราะการรักษาในด้านการให้เคมีบำบัด หรือรังสีรักษานั้น มีส่วนช่วยทำให้ผู้ป่วยมะเร็งบางรายมีอาการดีขึ้น และมีชีวิตที่ยืนยาวได้ ซึ่งวิธีการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทางทวารหนัก จะมีดังต่อไปนี้ 1.รักษามะเร็งด้วยการผ่าตัด สำหรับการรักษามะเร็งผ่าตัดนั้น แพททย์จะเน้นการตัดเอาลำไส้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งออกไป พร้อมกับตัดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมะเร็ง และเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองที่คาดว่าเชื้อมะเร็งจะแพร่กระจายออกมาให้เร็วที่สุด!! รวมไปถึงการตัดส่วนของเนื้อลำไส้ใหญ่โดยรอบด้วย เพราะเซลล์มะเร็งนั้นสามารถแพร่กระจายไปรอบ ๆ บริเวณก้อนเนื้อได้ จากนั้นจึงทำการเย็บต่อลำไส้ใหญ่เพื่อเชื่อมให้ต่อกันใหม่ นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีวีการผ่าตัดผ่านกล้องด้วย (Laparoscopic colorectal surgery) ถือเป็นวิธีการรักษาที่เห็นผลดีที่สุด เพราะปากแผลมีขนาดเล็ก และตัวกล้องที่มีกำลังขยายสูงทำให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ในจุดที่จะทำการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ทำให้ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด อีกทั้งผู้ป่วยยังเสียเลือดน้อย และฟื้นตัวเองได้ในเวลาอันรวดเร็ว 2.รักษามะเร็งโดยการใช้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) การใช้ยาในการรักษามะเร็ง โดยยาเคมีบำบัดนั้น ตัวยาจะออกฤทธิ์เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง หรือหยุดยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งภายหลังจากทานยา หรือฉีดยาเคมีบำบัดเข้าไปทางหลอดเลือดดำ …

Continue Reading
สาหร่ายสไปรูลิน่ากับการบำรุงสายตา
สมุนไพร

สาหร่ายสไปรูลิน่ากับการบำรุงสายตา

                 ปัจจุบันโรคที่เกี่ยวกับตามีแนวโน้มสูงขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เช่น โรคต้อหิน ต้อกระจก และการสูญเสียเรติน่า เนื่องมาจากโรคเบาหวานและโรคสายตาสั้น ซึ่งโรคสายตาบางชนิดอาจจะขึ้นอยู่กับโรคที่เกี่ยวข้องกับ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน                  โดยนายแพทย์ชาวญี่ปุ่น ดร.ยาชิโตะ ยามาซากิ ได้ทดลองใช้ สาหร่ายเกลียวทอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ สาหร่ายสไปรูลิน่า โดยนำไปใช้บำบัดคนไข้ตั้งแต่ปี 1976 และใช้ควบคู่กับยาสมัยใหม่ที่ใช้รักษาโรคตาโดยโรคตาที่เกี่ยวข้องกับโรคชรา ซึ่งจากการทดลองรายงานว่า 90% ของคนไข้ที่เป็นโรคต้อกระจกจำนวน 480 ราย มีสายตาที่ดีขึ้น และคนไข้ 380 ราย มีอาการเกี่ยวกับความดันโลหิตและอาการของเส้นเลือดในเรตินาตีบดีขึ้น โดยคนไข้ที่แพทย์สั่งจ่าย สาหร่ายสไปรูลิน่า จะได้รับคำสั่งให้ดูแลตัวเองใหม่ โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมอาหาร ห้ามดูโทรทัศน์ และต้องใส่แว่นตาที่สามารถตัดแสงอุลตร้าไวโอเล็ต สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคต้อกระจก แพทย์จะให้ยาหยอดตา 4-5 ครั้งต่อวันพร้อมกับยา …

Continue Reading
เคล็ดลับง่าย ๆ ถ้าทำได้ จะปลอดภัยจากข้อเข่าเสื่อม
สมุนไพร

เคล็ดลับง่าย ๆ ถ้าทำได้ จะปลอดภัยจากข้อเข่าเสื่อม

เคล็ดลับง่าย ๆ ถ้าทำได้ จะปลอดภัยจากข้อเข่าเสื่อม             จากสถิติมีผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูก และข้อในประเทศไทยของมูลนิธิโรคข้อ พบว่าในปี 2549 ไทยมีผู้ที่ป่วยเป็นข้อเข่าเสื่อมจำนวนมากถึง 6 ล้านคนด้วยกัน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี จากเดิมข้อเข่าเสื่อมจะพบได้มากในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันนี้ปัญหาของการเป็นข้อเข่าเสื่อมพบในผู้ที่มีอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยเสริมหลาย ๆ อย่างมาประกอบกัน ศัลยแพทย์กระดูกและการผ่าตัดข้อเข่าเสื่อมและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี ได้อธิบายถึงการเป็นข้อเข่าเสื่อมว่า ข้อเข่าถือเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดมีหน้าที่รับน้ำหนักในร่างกาย ซึ่งข้อเข่านั้นจะประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ มากมาย โดยส่วนที่สำคัญที่สุดจะอยู่บริเวณปลายของกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นผิวข้อเข่า ที่มีหน้าที่รับน้ำหนัก ช่วยให้การขยับข้อเข่าเรียบ และลื่น ดังนั้นสาเหตุของการเกิดข้อเข่าเสื่อม มักจะเกิดจากกระดูกผิวอ่อนสึกหรอ ทำให้เวลาขยับจะเกิดการเสียดสีกันระหว่างกระดูกจนเกิดอาการอักเสบ และมีอาการปวดตามมา ปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม อายุ สำหรับผู้ที่มีอายุมาก มักจะเป็นการเสื่อมไปตามกาลเวลา น้ำหนัก พบว่าผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักที่มากเกินมาตรฐาน การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การยกของที่หนักเกินไป หรือเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่จำเป็น รวมถึงท่านั่งที่ผิดอริยาบท ที่ทำให้ต้องงอเข่าอยู่บ่อย ๆ เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่ามาก่อน เช่น กระดูกหัก เส้นเอ็นฉีก หรือหมอนรองเข่าขาด อาการที่สังเกตได้จากข้อเข่าเสื่อม ในเบื้องต้นอาจจะรู้สึกติดขัด …

Continue Reading
ยาเบาหวาน
ยารักษาโรค

ยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวาน

               โรคเบาหวานหรือที่แพทย์นิยมเรียกว่า ดี เอ็ม หมายถึง โรคที่เกิดร่างกายหรือเซลล์ต่างๆไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคส ในเลือดซึ่งเป็นเสมือนเชื้อเพลิงที่สำคัญของเซลล์ที่ได้จากการเปลี่ยนแปลง จากอาหารไปใช้ประโยชน์และน้ำตาลเหล่านั้นถูกขับออกจากร่างกายทางไตปนออกมากับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียนอกจากนี้ผู้ป่วยจะมีอาการกระหายน้ำและมีการขับถ่ายปัสสาวะบ่อย                 เราสามารถแบ่งชนิดของเบาหวานได้เป็น 2 พวกใหญ่ๆ เรียกว่า เบาหวานในเด็ก จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นในเด็ก ผู้ป่วยจะขาดอินซูลินจริง และสามารถรักษาด้วยการให้ อินซูลิน โดยอีกพวกจะอยู่ในโรคเบาหวานผู้ใหญ่ ซึ่งมีระดับของอินซูลินในเลือดต่ำหรือสูงกว่าปกติแล้วแต่ชนิด การให้อินซูลินกับผู้ป่วยในประเภทหลังจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากการรักษาจะต้องพิจารณาให้เข้ากับความผิดปกติของผู้ป่วยแต่ละลาย การใช้ยาเบาหวานเพื่อทำการรักษาจะต้องศึกษาผู้ป่วยให้ละเอียด ควบคุมอาหารให้ถูกส่วนเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาโรคเบาหวาน อาการของโรคเบาหวานบางชนิดสามารถคุมได้โดยการให้อาหารที่ถูกส่วน โดยอาจไม่ต้องใช้ยา โดยยาเบาหวาน มี 2 อย่าง ดังนี้ ยาฉีด มีเพียงชนิดเดียว คือ อินซูลิน ให้ผลโดยตรงและเร็ว ยากิน เป็นยาเบาหวานที่ใช้ได้เฉพาะเบาหวานในผู้ใหญ่สำหรับกระตุ้นเซลล์ตับอ่อน ให้หลั่งอินซูลินออกมา แต่สำหรับเด็กจะใช้ไม่ได้ผล เพราะเด็กมีเบต้าเซลอยู่น้อยหรือไม่มีเลย ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต             …

Continue Reading