สมุนไพรราคาแพงที่สุดในโลก
สมุนไพร

สมุนไพรราคาแพงที่สุดในโลก

สมุนไพรราคาแพงที่สุดในโลก             สมุนไพรหลากหลายชนิดสามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ มีราคาที่ไม่แพงใครก็สามารถซื้อได้ แต่ทว่ายังมีสมุนไพรอีกบางชนิดเช่นกันที่หาได้ยากยิ่งและมีราคาที่สูงเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าเป็นสมุนไพรที่มีราคาแพงที่สุดบนโลกใบนี้เลยทีเดียว และหากเทียบกับน้ำหนักแล้วอาจแพงเสียยิ่งกว่าทองคำด้วยซ้ำ!! เนื่องมาจากความหายาก กระบวนการผลิตที่แสนลำบาก และสรรพคุณของตัวสมุนไพรที่ช่วยบำรุงรักษาร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง หญ้าฝรั่น อาจฟังดูไม่คุ้นหูเท่าไหร่นักสำหรับคนทั่วไป แต่หากเป็นผู้ที่อยู่ในวงการสมุนไพร หรือหลงไหลในรสชาติของอาหารต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี สมุนชนิดนี้ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยา และเมนูอาหารราคาแพง อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นส่วนผสมของน้ำหอมได้อีกด้วย ซึ่งเกสรของหญ้าฝรั่นนี้มีสรรพคุณทางยาหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นลดการเกิดแผลในกระเพราะอาหาร ลดความเครียด ลดอาการปวดและอักเสบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถต้านเชื้อราหรือแบคที่เรียได้หลายชนิด สิ่งที่ทำให้พืชชนิดนี้มีราคาแพงนั้น อยู่ที่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาที่มีความยากลำบาก เพราะต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น อีกทั้งยังต้องเก็บเกี่ยวให้เสร็จภายในระยะเวลา 24 ชม. อีกด้วย และห้ามโดนแสงแดดอย่างเด็ดขาด!! จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เครื่องเทศ หรือสมุนไพรชนิดนี้จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 37,000 – 370,000 บาท โสม จัดเป็นสมุนไพรที่มีความยากลำบากในการปลูก ทั้งยังต้องใช้ระยะเวลายาวนานถึง 6 ปี และต้องเก็บเกี่ยวให้ถูกต้องตามเวลาด้วยมิฉะนั้นคุณภาพของโสมจะลดลงทันที ซึ่งโสมนั้นยิ่งเกรดดีเท่าไหร่ราคาก็จะแพงมากขึ้นเท่านั้น และด้วยสรรพคุณที่จัดเป็นยาอายุวัฒนะ จึงส่งผลให้โสมมีราคาตั่งแต่กิโลกรัมละหลักหมื่นบาท ไปจนถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว ถั่งเช่า เนื่องด้วยความยากในการเกิดขึ้นของสมุนไพรชนิดนี้ รวมถึงการเก็บเกี่ยว และการดูแลรักษาที่แสนลำบาก บวกกับสรรพคุณที่มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ การบำรุงระบบเลือดและอวัยวะภายในต่าง …

Continue Reading
วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่
ยารักษาโรค

วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่             ในทุกวันนี้เทคโนโลยีทางกางแพทย์ และความชำนาญของบรรดาแพทย์กับการตรวจรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ และทางทวารหนักมีความก้าวหน้าพัฒนาไปอย่างมาก จึงทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน ซึ่งการรักษามะเร็งที่เกิดทางทวารหนัก และลำไส้ใหญ่นั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ “การผ่าตัด” ที่สามารถทำได้ในทุกระยะของโรค แล้วค่อยทำการรักษาเพิ่มเติม เช่น รังสีรักษา หรือยาเคมีบำบัด ในบางครั้งหลายคนอาจจะมองว่าถ้าเป็นผู้ป่วยระยะที่ 4  ที่เกิดการแพร่กระจาย ไม่จำเป็นต้องรักษาก็ได้เพราะคงไม่มีข้อดีอะไร มุมมองแบบนี้อาจจะไม่ถูกต้องมากนัก เพราะการรักษาในด้านการให้เคมีบำบัด หรือรังสีรักษานั้น มีส่วนช่วยทำให้ผู้ป่วยมะเร็งบางรายมีอาการดีขึ้น และมีชีวิตที่ยืนยาวได้ ซึ่งวิธีการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทางทวารหนัก จะมีดังต่อไปนี้ 1.รักษามะเร็งด้วยการผ่าตัด สำหรับการรักษามะเร็งผ่าตัดนั้น แพททย์จะเน้นการตัดเอาลำไส้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งออกไป พร้อมกับตัดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมะเร็ง และเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองที่คาดว่าเชื้อมะเร็งจะแพร่กระจายออกมาให้เร็วที่สุด!! รวมไปถึงการตัดส่วนของเนื้อลำไส้ใหญ่โดยรอบด้วย เพราะเซลล์มะเร็งนั้นสามารถแพร่กระจายไปรอบ ๆ บริเวณก้อนเนื้อได้ จากนั้นจึงทำการเย็บต่อลำไส้ใหญ่เพื่อเชื่อมให้ต่อกันใหม่ นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีวีการผ่าตัดผ่านกล้องด้วย (Laparoscopic colorectal surgery) ถือเป็นวิธีการรักษาที่เห็นผลดีที่สุด เพราะปากแผลมีขนาดเล็ก และตัวกล้องที่มีกำลังขยายสูงทำให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ในจุดที่จะทำการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ทำให้ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด อีกทั้งผู้ป่วยยังเสียเลือดน้อย และฟื้นตัวเองได้ในเวลาอันรวดเร็ว 2.รักษามะเร็งโดยการใช้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) การใช้ยาในการรักษามะเร็ง โดยยาเคมีบำบัดนั้น ตัวยาจะออกฤทธิ์เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง หรือหยุดยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งภายหลังจากทานยา หรือฉีดยาเคมีบำบัดเข้าไปทางหลอดเลือดดำ …

Continue Reading
สาหร่ายสไปรูลิน่ากับการบำรุงสายตา
สมุนไพร

สาหร่ายสไปรูลิน่ากับการบำรุงสายตา

                 ปัจจุบันโรคที่เกี่ยวกับตามีแนวโน้มสูงขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เช่น โรคต้อหิน ต้อกระจก และการสูญเสียเรติน่า เนื่องมาจากโรคเบาหวานและโรคสายตาสั้น ซึ่งโรคสายตาบางชนิดอาจจะขึ้นอยู่กับโรคที่เกี่ยวข้องกับ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน                  โดยนายแพทย์ชาวญี่ปุ่น ดร.ยาชิโตะ ยามาซากิ ได้ทดลองใช้ สาหร่ายเกลียวทอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ สาหร่ายสไปรูลิน่า โดยนำไปใช้บำบัดคนไข้ตั้งแต่ปี 1976 และใช้ควบคู่กับยาสมัยใหม่ที่ใช้รักษาโรคตาโดยโรคตาที่เกี่ยวข้องกับโรคชรา ซึ่งจากการทดลองรายงานว่า 90% ของคนไข้ที่เป็นโรคต้อกระจกจำนวน 480 ราย มีสายตาที่ดีขึ้น และคนไข้ 380 ราย มีอาการเกี่ยวกับความดันโลหิตและอาการของเส้นเลือดในเรตินาตีบดีขึ้น โดยคนไข้ที่แพทย์สั่งจ่าย สาหร่ายสไปรูลิน่า จะได้รับคำสั่งให้ดูแลตัวเองใหม่ โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมอาหาร ห้ามดูโทรทัศน์ และต้องใส่แว่นตาที่สามารถตัดแสงอุลตร้าไวโอเล็ต สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคต้อกระจก แพทย์จะให้ยาหยอดตา 4-5 ครั้งต่อวันพร้อมกับยา …

Continue Reading
เคล็ดลับง่าย ๆ ถ้าทำได้ จะปลอดภัยจากข้อเข่าเสื่อม
สมุนไพร

เคล็ดลับง่าย ๆ ถ้าทำได้ จะปลอดภัยจากข้อเข่าเสื่อม

เคล็ดลับง่าย ๆ ถ้าทำได้ จะปลอดภัยจากข้อเข่าเสื่อม             จากสถิติมีผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูก และข้อในประเทศไทยของมูลนิธิโรคข้อ พบว่าในปี 2549 ไทยมีผู้ที่ป่วยเป็นข้อเข่าเสื่อมจำนวนมากถึง 6 ล้านคนด้วยกัน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี จากเดิมข้อเข่าเสื่อมจะพบได้มากในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันนี้ปัญหาของการเป็นข้อเข่าเสื่อมพบในผู้ที่มีอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยเสริมหลาย ๆ อย่างมาประกอบกัน ศัลยแพทย์กระดูกและการผ่าตัดข้อเข่าเสื่อมและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี ได้อธิบายถึงการเป็นข้อเข่าเสื่อมว่า ข้อเข่าถือเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดมีหน้าที่รับน้ำหนักในร่างกาย ซึ่งข้อเข่านั้นจะประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ มากมาย โดยส่วนที่สำคัญที่สุดจะอยู่บริเวณปลายของกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นผิวข้อเข่า ที่มีหน้าที่รับน้ำหนัก ช่วยให้การขยับข้อเข่าเรียบ และลื่น ดังนั้นสาเหตุของการเกิดข้อเข่าเสื่อม มักจะเกิดจากกระดูกผิวอ่อนสึกหรอ ทำให้เวลาขยับจะเกิดการเสียดสีกันระหว่างกระดูกจนเกิดอาการอักเสบ และมีอาการปวดตามมา ปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม อายุ สำหรับผู้ที่มีอายุมาก มักจะเป็นการเสื่อมไปตามกาลเวลา น้ำหนัก พบว่าผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักที่มากเกินมาตรฐาน การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การยกของที่หนักเกินไป หรือเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่จำเป็น รวมถึงท่านั่งที่ผิดอริยาบท ที่ทำให้ต้องงอเข่าอยู่บ่อย ๆ เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่ามาก่อน เช่น กระดูกหัก เส้นเอ็นฉีก หรือหมอนรองเข่าขาด อาการที่สังเกตได้จากข้อเข่าเสื่อม ในเบื้องต้นอาจจะรู้สึกติดขัด …

Continue Reading
ยาเบาหวาน
ยารักษาโรค

ยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวาน

               โรคเบาหวานหรือที่แพทย์นิยมเรียกว่า ดี เอ็ม หมายถึง โรคที่เกิดร่างกายหรือเซลล์ต่างๆไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคส ในเลือดซึ่งเป็นเสมือนเชื้อเพลิงที่สำคัญของเซลล์ที่ได้จากการเปลี่ยนแปลง จากอาหารไปใช้ประโยชน์และน้ำตาลเหล่านั้นถูกขับออกจากร่างกายทางไตปนออกมากับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียนอกจากนี้ผู้ป่วยจะมีอาการกระหายน้ำและมีการขับถ่ายปัสสาวะบ่อย                 เราสามารถแบ่งชนิดของเบาหวานได้เป็น 2 พวกใหญ่ๆ เรียกว่า เบาหวานในเด็ก จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นในเด็ก ผู้ป่วยจะขาดอินซูลินจริง และสามารถรักษาด้วยการให้ อินซูลิน โดยอีกพวกจะอยู่ในโรคเบาหวานผู้ใหญ่ ซึ่งมีระดับของอินซูลินในเลือดต่ำหรือสูงกว่าปกติแล้วแต่ชนิด การให้อินซูลินกับผู้ป่วยในประเภทหลังจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากการรักษาจะต้องพิจารณาให้เข้ากับความผิดปกติของผู้ป่วยแต่ละลาย การใช้ยาเบาหวานเพื่อทำการรักษาจะต้องศึกษาผู้ป่วยให้ละเอียด ควบคุมอาหารให้ถูกส่วนเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาโรคเบาหวาน อาการของโรคเบาหวานบางชนิดสามารถคุมได้โดยการให้อาหารที่ถูกส่วน โดยอาจไม่ต้องใช้ยา โดยยาเบาหวาน มี 2 อย่าง ดังนี้ ยาฉีด มีเพียงชนิดเดียว คือ อินซูลิน ให้ผลโดยตรงและเร็ว ยากิน เป็นยาเบาหวานที่ใช้ได้เฉพาะเบาหวานในผู้ใหญ่สำหรับกระตุ้นเซลล์ตับอ่อน ให้หลั่งอินซูลินออกมา แต่สำหรับเด็กจะใช้ไม่ได้ผล เพราะเด็กมีเบต้าเซลอยู่น้อยหรือไม่มีเลย ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต             …

Continue Reading
ยาแก้ปวด
ยาแผนปัจจุบัน

ยาแก้ปวดต้องกินให้ถูกกับโรค

        ในปัจจุบันหากใครมีอาการปวดฟัน ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดฟัน ก็จะต้องนึกถึงยาพาราเซตามอล แต่น้อยคนที่จะรู้ว่ายาสามัญประจำบ้านไม่สามารถติดต่อกันเป็นเวลานานๆได้ และไม่สามารถรักษาอาการปวดได้ทุกรูปแบบ ยาแก้ปวดเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและคนไข้ส่วนใหญ่มักจะได้รับยาชนิดนี้จากแพทย์และเภสัชกร โดยทั่วไปอาการปวดจะแบ่งได้ 3 ประเภท ตามตำแหน่งที่เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดอาการปวด สามารเป็นได้แบบเรื้อรังและเฉียบพลัน ดงันี้ ปวดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อ เช่น ปวดจากการบาดเจ็บภายนอก ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปวดข้อ ปวดจากการบาดเจ็บภายใน เช่น ปวดไส้ติ่ง ปวดประจำเดือน เจ็บหน้าอกเนื่องจากหัวใจขาดเลือด ปวดจากระบบประสาทมีอาการบาดเจ็บ งูสวัด ปวดหลังเนื่องจากบาดเจ็บกระดูกและไขสันหลัง ปวดแผลเบาหวาน          หากมีอาการปวดเหล่านี้ อันดับแรกที่ต้องสังเกตคืออาการปวดจะมีความปวดไม่เหมือนกันทั้งหมด เพราะยาแก้ปวดบางชนิดไม่สามารถรักษาอาการปวดได้ทั้งหมดและบรรเทาอาการปวดได้ไม่เท่ากัน สำหรับยาแก้ปวดหลักๆที่ใช้ในการรักษาอาการปวดโดยตรง สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1.ยาที่เป็นอนุพันธ์ของฝิ่น เช่นมอร์ฟีน 2.ยาที่ไม่ใช่อนุพันธ์ของฝิ่น เช่น พาราเซตามอลและยาลดการอักเสบ โดยการเลือกชนิดของยาเพื่อให้เกิดการรักษาที่มีประสิทธิภาพจะต้องดูอาการปวดว่าจัดอยู่ในประเภทใด ประเมินสภาวะร่างกายของผู้ป่วย การทำงานของอวัยงะตับและไต รวมถึงการแพ้ยาและการรับประทานยาอื่นๆร่วมเพราะยาแก้ปวดหากมีการใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจจะเป็นพิษต่อตับและไตได้ทำหเกิดตับหรือไตวายและเกิดการเสียชีวิต …

Continue Reading
ยาสำหรับรักษาโรคกระเพาะ
ยารักษาโรค

ยาสำหรับรักษาโรคกระเพาะ

               โรคกระเพาะเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับระบบของทางเดินอาหาร ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร จนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น โดยอาการที่แสดงจะมีอาการปวด จุดเสียด แน่นท้องคล้ายอาหารไม่ย่อย มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ จุกและแน่นบริเวณใต้ลิ้นปี่ โดยอาการจะเด่นชัดทั้งก่อนและหลังรับประทานอากรใหม่ๆหรือเวลาท้องว่างตอนเช้าหรือก่อนนอน โดยอาการปวดเหล่านี้เกิดจากภาวักรดในกระเพาะอาการสูง ซึ่งกรดนี้ทำให้เกิดการระคายเคืองกัดผนังกระเพาะจนทำให้เกิดแผลโดยอาการปวดจะเป็นๆหายๆ ครั้งละ 15-30 นาที วันละหลายครั้งตามเวลาของมื้ออาหารและจะทุเลาลงเมื่อทานอาหารและน้ำเข้าไป                 โดยโรคดังกล่าวจะพบบ่อยในคนที่มีลักษณะ ดังนี้ มีความเครียดมาก หงุดหงิดง่าย ใจน้อย หรือเครียดเพราะได้รับอุบัติเหตุที่สมอง มีโรคติดชื้อรุนแรง ได้รับการผ่าตัดใหญ่ หรือถูกไฟลวกเป็นบริเวณกว้าง ติดแอลกอฮอล์หรือบุหรี่ ใช้ยาสเตียรอยด์ ยาลดการอักเสบ เช่น แอสไพริน อินโดเมทาซีน ไอบูโพรเฟน ติดต่อกันเป็นเวลานาน                  ยาสำหรับรักษาที่แพทย์นิยมใช้ในการรักษากระเพาะอาหาร ได้แก่ ยาต้านฤทธิ์กรด มีทั้งชนิดเม็ด(สำหรับเคี้ยวก่อนกลืน)และชนิดน้ำ โดยยาจะช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ …

Continue Reading
สมุนไพรสำหรับรักษาโรคริดสีดวง
สมุนไพร

สมุนไพรสำหรับรักษาโรคริดสีดวง

               โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่คนนิยมเป็นกันเยอะทำให้สร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมากทำให้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะริดสีดวงจะมีอาการเจ็บปวด นั่งลำบาก ถ้าหากอยู่ในช่วงที่ขับถ่ายจะทำให้เจ็บปวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งริดสีดวงเกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดดำบริเวณลำไว้ใหญ่ส่วนปลายเกิดอาการบวมและมีติ่งเนื้อเยื่อยื่นออกมาบริเวณทวาร โดยริดสีดวงทวารจะมี 2 ลักษณะ คือริดสีดวงภายนอก และ ริดสีดวงภายใน ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการว่าริดสีดวงจะอยู่ด้านนอกหรือด้านใน                 สมุนไพรไทยหลายชนิดสามารถรักษาโรคริดสีดวงได้ซึ่งสมุนไพรแต่ละชนิดจะมีวิธีการรับประทานที่แตกต่างกัน ดังนี้ ยาระบายสมุนไพรมะขามแขก โดยสรรพคุณของมะขามแขกเป็นยาระบายและสามารถรักษาโรคริดสีดวงได้ โดยเป็นยาที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ราคาไม่แพง ซึ่งเมื่อรับประทานจะทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นบรรเทาอากรริดสีดวงให้เบาลงได้ ยารักษาริดสีดวงเพชรสังฆาต เป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติรักษาริดสีดวงโดยเพชรสังฆาตสามารถทานแบบสดๆได้ แต่อาจจะทำให้ลิ้นมีอาการชา ถ้าหากต้องการกินแบบสดๆจะต้องกินพร้อมกล้วยจะทำให้กินได้ง่ายขึ้น รักษาริดสีดวงด้วยว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีสรพพคุณที่หลากหลาย โดยทั่วไปคนจะรู้จักว่านหางจระเข้เกี่ยวกับการทำให้หน้าขาวใส ปลอดสิว ไร้ฝ้า แต่ว่านหางจระเข้ยังมีคุณสมบัติเกี่ยวกับการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก โดยนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกด้านนอกออกให้หมด แล้วนำไปล้างน้ำเพื่อเอายางออก แล้วนำวุ้นใสๆหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำมารับประทานก่อนทานอาหารเช้าโดยทานอย่างเนื่อง หรืออาจจะนำว่านหางจระเข้ที่ปอกเปลือก ล้างให้สะอาดแล้วนำวุ้นมาเหน็บไว้ที่เป็นริดสีดวงก่อนนอน อาการก็จะดีขึ้น                หากมีอาการปวดมากหรือมีก้อนเนื้อออกมาเยอะจนเกินไป ควรจะรีบไปพบแพทย์เพื่อรับยาหรือทำการผ่าตัดโดยแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ควรปล่อยโรคริดสีดวงทวารมาเป็นเรื่องกวนใจในชีวิตประจำวันเพราะหากยิ่งปล่อยปะละเลยจะทำให้เกิดเป็นมะเร็งตามมาได้

Continue Reading