รักษาเบาหวานด้วย “ป่าช้าเหงา” มากไปมีอันตราย อาจช็อกถึงตายได้
สมุนไพร

รักษาเบาหวานด้วย “ป่าช้าเหงา” มากไปมีอันตราย อาจช็อกถึงตายได้

รักษาเบาหวานด้วย “ป่าช้าเหงา” มากไปมีอันตราย อาจช็อกถึงตายได้             ต้นป่าช้าเหงา หรือเรียกอีกชื่อว่าหนานเฉาเหว่ย คือสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดมาจากจีน จัดเป็นพืชกลุ่มเดียวกับฟ้าทลายโจร และพญายอ ซึ่งนิยมปลูกเพื่อเป็นสมุนไพร นำมาใช้รักษาและบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ โดยส่วนที่นำมาทานเพื่อบรรเทาอาการของโรค คือ ใบสด ที่มีรสชาติขมจัด นิยมทานเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ โดยเฉพาะการนำมารักษาเบาหวาน ควบคู่กับการทานยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาและบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น ฟังดูแล้วอาจมีประโยชน์ ปลอดภัย ทว่าแท้จริงแล้ว หากทานในปริมาณมากเกินไป หรือทานไม่ถูกวิธี ก็อาจเสี่ยงต่อภาวะระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำเฉียบพลัน จนถึงขั้นช็อกเสียชีวิตได้ ปริมาณของใบป่าช้าเหงาที่ควรทานเพื่อใช้รักษาเบาหวาน หรือโรคอื่น ๆ 1.ทานเป็นอาหาร – หากต้องการนำใบป้าช้าเหงามาประกอบอาหารทาน เพื่อใช้รักษาเบาหวาน หรือโรคอื่น ๆ ก็มีหลายเมนูด้วยกัน เช่น นำใบมารองกระทงห่อหมกแทนใยยอ หรือยำดอกขจรใส่ดอกป่าช้าเหงา ซึ่งคนพื้นบ้านนิยมทานกันในช่วงผลัดเปลี่ยนฤดู หรือปลายฝนต้นหนาว เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วย แต่ด้วยรสชาติที่ขมจัด จึงนิยมนำมาลวกน้ำร้อนก่อนรับประทาน เพื่อลดความขม ทำให้ได้ทานได้ง่ายขึ้น ซึ่งต่อวันนั้นควรทานจำนวน 2-3 ใบเท่านั้น 2.ทานเป็นยา – …

Continue Reading
เด็กวัยเรียนที่ใช้กระเป๋าสะพาย เสี่ยงผ่าตัดกระดูกสันหลังคด
สุขภาพ

เด็กวัยเรียนที่ใช้กระเป๋าสะพาย เสี่ยงผ่าตัดกระดูกสันหลังคด

เด็กวัยเรียนที่ใช้กระเป๋าสะพาย เสี่ยงผ่าตัดกระดูกสันหลังคด             เด็กนักเรียนไทยที่เลือกใช้กระเป๋าแบบสะพายหลัง อาจมีความเสี่ยงต้องเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง อันเนื่องมาจากกระดูกคดงอตั่งแต่เด็ก หากบรรจุหนังสือ หรือสิ่งของต่าง ๆ ลงไปในกระเป๋าสะพายหลังมากจนเกินไป ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ได้อธิบายว่า ความเสี่ยงของการผ่าตัดกระดูกสันหลังคดงอของเด็ก มักเกิดจากสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักมาก เช่น หากสะพายกระเป๋าเป้ที่มีน้ำหนัก 20% ของน้ำหนักตัวของเด็ก ก็จะมีโอกาศเกิดอาการปวดตามคอ ปวดหลังจากภาวะกระดูกสันหลังคด ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ นอกจากนี้ยังทำให้การทำงานของปอดลดลงอีกด้วย จึงแสดงให้เห็นว่า หากเด็กชั้นประถมมีน้ำหนัก 20 กิโลกรัม ก็ไม่ควรสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัม หรือถ้าเป็นเด็กในวัยมัธยมทีมีนำหนักตัว 40 กิโลกรัม ก็ไม่ควรสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักเกิน 8 กิโลกกรัม ซึ่งค่าเฉลี่ยน้ำหนักของกระเป๋านักเรียนไทยมักอยู่ที่ 5.5-8 กิโลกรัม นี่จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่หลังของเด็ก ๆ ได้ รวมถึงอาการกระดูกสันหลังคด อาการที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย เสี่ยงต่อการผ่าตัดกระดูกสันหลังคดได้ เมื่อสะพายกระเป๋าหนัก ในวัยเด็กอาจอันตรายจนทำให้เกิดกระดูกสันหลังคด ซึ่งเสี่ยงต่อการผ่าตัดกระดูกสันหลังสูงมาก หากเลือกใช้กระเป๋าที่มีน้ำหนักมากเกินไป ส่วนในวัยผู้ใหญ่ที่สะพายกระเป๋าน้ำหนักมากเกินไป หรือทำงานที่ต้องใช้กระดูกสันหลังหนักเป็นเวลานาน เช่น คนแบกข้าว แบกน้ำแข็ง ไปจนถึงคที่ต้องแบกของหนักบ่อย …

Continue Reading
เคล็ดลับเลือกนมผงสำหรับเด็ก ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
สุขภาพ

เคล็ดลับเลือกนมผงสำหรับเด็ก ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เคล็ดลับเลือกนมผงสำหรับเด็ก ให้ได้ประโยชน์สูงสุด             เป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำนมแม่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กมากที่สุด คุณหมอทั้งหลายจึงได้แนะนำให้ลูกน้อยได้ดื่มนมแม่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องให้นมผงทดแทนแต่อย่างใด แต่คุณแม่บางท่านก็มีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อาจเลี้ยงลูกด้วยแม่ได้ จึงหันมาใช้นมผงสำหรับเด็ก อีกหนึ่งทางเลือกที่คิดว่าลูกคงได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกาย เมื่อถึงเวลานั้น คุณแม่ก็มักจะเลือกนมผงที่มีความเหมาะสมกับตัวเด็กให้มากที่สุด เกณฑ์การเลือกนมผงสำหรับเด็ก ที่ส่งผลดีต่อตัวลูกมากที่สุด เนื่องจากนมผงสำหรับเด็กในปัจจุบันนี้ มีการลอกเลียนแบบต่าง ๆ นานา เพื่อให้คุณภาพมีความใกล้เคียงกับนมแม่มากขึ้น ซึ่งนมผงทั่ว ๆ ไปนั้น มักถูกทำมาจากนมวัวที่อุดมไปด้วยโปรตีนปริมาณมาก บรรดาผู้ผลิตจึงต้องลดปริมาณโปรตีนในนมผงลงให้เทียบเท่ากับนมแม่มากที่สุด เป็นเพราะว่าในร่างกายเด็กยังไม่ต้องการโปรตีนในปริมาณมากเกินไป ดังนั้น การเลือกนมผงสำหรับเด็กให้ได้คุณภาพสูงสุด ต้องคำนึงถึงอายุของเด็กเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้วนมผงมักแบ่งออกเป็นสูตร คือสูตร 1 ใช้กับเด็กแรกเกิดถึงหนึ่งปี, สูตร 2 สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี, สูตรที่ 3 เป็นนมที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป นอกจากนี้แล้ว สิ่งสำคัญของการเลือกนมผงลำดับต่อมาคือ ต้องทราบด้วยว่าเด็กมีภาวะอะไรหรือไม่ที่ต้องเลือกใช้นมผงแบบพิเศษ เช่น เด็กบางรายมีปัญหาในการย่อยโปรตีน ก็อาจเลือกใช้นมสูตร 1 ที่มีการนำเอาโปรตีนจากนมวัวไปผ่านการย่อยให้มีขนาดเล็กลง หรือหากเด็กมีอาการแพ้นมวัว ก็ต้องลือกใช้นมถั่วเหลืองแทน …

Continue Reading
วิธีเก็บรักษานมแม่ที่ถูกต้อง ให้ปราศจากกลิ่นเหม็นหืน
สุขภาพ

วิธีเก็บรักษานมแม่ที่ถูกต้อง ให้ปราศจากกลิ่นเหม็นหืน

วิธีเก็บรักษานมแม่ที่ถูกต้อง ให้ปราศจากกลิ่นเหม็นหืน             คุณแม่จำนวนมากต้องเคยเผชิญกับปัญหา เมื่อเอานมแม่ไปเก็บรักษาด้วยวิธีแช่แข็งจะมีกลิ่นไม่เหมือนน้ำนมแม่สด ๆ จนทำให้ลูกทารกบางคนไม่ชอบ ซึ่งคุณแม่บางท่านอาจใช้วิธีปั๊มนมสด ๆ มาผสมกับน้ำนมที่แช่แข็งไว้ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนนมที่แช่แข็งให้ลูกเริ่มปรับตัว แต่บางทีก็ยังมีกลิ่นเหม็นหืนเกิดขึ้นได้ สาเหตุที่ทำให้วิธีเก็บรักษานมแม่ ส่งกลิ่นเหม็นหืน วิธีเก็บรักษานมแม่ด้วยการแช่แข็งแล้วเกิดกลิ่นเหม็นหืน มักเป็นกับนมที่แช่แข็งไว้ในตู้เย็นที่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติและเก็บไว้นานจนเกินไป เนื่องจากในช่วงที่ระบบละลายน้ำแข็งทำงานนั้น นมแม่ที่แช่แข็งไว้อาจละลายเพียงแค่บางส่วน แล้วพอตู้เย็นกลับมาเย็นจัดใหม่อีกครั้ง นมที่ละลายก็เริ่มกลับมาแข็งตัวใหม่ ซึ่งกระบวนการละลายแล้วแข็ง ที่ทำให้แข็งและละลายสลับไปมา สามารถส่งผลให้ไขมันในนมมีการเปลี่ยนแปลง จนส่งกลิ่นเหม็นหืนได้ เนื่องจากในน้ำนมแม่มีเอนไซม์ “ไลเปส” อยู่เป็นจำนวนมาก โดยคุณแม่แต่ละคนก็มีเอนไซม์มากน้อยแตกต่างกันไป โดยหน้าที่ของเอนไซม์ตัวนี้คือ จะช่วยย่อยไขมันในนมแม่ให้แตกตัว เป็นอนุภาคเล็ก ๆ ผสมกับโปรตีนเวย์ได้ดี ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอ และดี ได้มีประสิทธิภาพ หากคุณแม่มีไลเปสมากก็จะย่อยไขมันได้มาก จึงเป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็นหืน แต่ไม่อันตรายกับลูกน้อยและสามารถดื่มได้ วิธีเก็บรักษานมแม่ ไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นหืน 1.ตรวจเครื่องปั๊มนมว่ามีความสะอาดหรือไม่ ต้องนึ่งฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำทุกวัน ส่วนภาชนะที่เก็บน้ำนมต้องสะอาดและปลอดเชื้อ 2.ถ้าใช้วิธีเก็บรักษานมแม่ไว้ในถุงพลาสติกแล้วเกิดกลิ่นเหม็นหืน ให้เปลี่ยนมาใช่ภาชนะที่เป็นแก้วแทน 3.แช่แข็งน้ำนมให้รวดเร็วที่สุด ถ้าน้ำนมแม่ละลายแล้ว ห้ามแช่ซ้ำ และต้องใช้ให้มดภายใน 24 ชั่วโมง 4.นำนมแม่ที่ปั๊มเสร็จ …

Continue Reading
เคล็ดลับทานอาหารของผู้ป่วยรักษาเบาหวาน ช่วยคุมอาการให้อยู่หมัด
สุขภาพ

เคล็ดลับทานอาหารของผู้ป่วยรักษาเบาหวาน ช่วยคุมอาการให้อยู่หมัด

เคล็ดลับทานอาหารของผู้ป่วยรักษาเบาหวาน ช่วยคุมอาการให้อยู่หมัด             ถึงแม้ทุกวันนี้ ยังไม่สามารถรักษาเบาหวานให้กับผู้ป่วยจนหายขาดได้สมบูรณ์ แต่ก็มีหลายวิธีที่ช่วยควบคุมอาการให้อยู่ในระดับปกติได้ไม่ยากเย็นนัก เช่นการเลือกทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์คงที่ หรือทานยาตามแพทย์สั่งควบคู่ไปด้วย ก็ช่วยให้อาการของโรคเบาหวานไม่กำเริบขึ้นมาได้ จนทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาหารคือส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเบาหวาน ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานส่วนมากมักปล่อยปละละเลยเรื่องอาหารการกิน เพราะคิดว่าร่างกายได้ยาแล้วร่างกายต้องหายเมือนกับคนปกติ นับว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดมหาศาล ดังนั้น วิธีการควบคุมอาหารและรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วย และเหมาะสมกับสัดส่วนกับความต้องการที่ร่างกาย ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวานได้ หลักการทานอาหาร ของผู้ป่วยรักษาเบาหวาน ผู้ป่วยรักษาเบาหวานนั้น มีหลักการทานอาหารไม่แตกต่างกับหลักการทานเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพดีของคนปกติ เพียงแค่เลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถูกสัดส่วนและมีปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย เน้นไปที่ความหลากหลายกับเมนูอาหาร ซึ่งเบาหวานนั้น เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน หรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินซูลิน หรืออาจเกิดได้ทั้ง 2 อย่างรวมกัน จนทำร่างกายไม่อาจเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้รับจากอาหารไปเป็นพลังงานได้ จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าคนปกติ นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือกสูงติดต่อกันเป็นเวลานานปราศจากการควบคุม ก็อาจก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ คือ อาการชาบริเวณปลายมือและเท้า หรือทำให้จอประสาทตาเสื่อม ไตวาย ไปจนถึงโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด 7 วิธี เลือกทานอาหารให้เหมาะสมกับผู้ป่วยรักษาเบาหวาน -ต้องทานข้าว หรือแป้งที่มีกากใยอาหารปริมาณสูง เช่นข้าวกล้อง, …

Continue Reading
สมุนไพรหาทานง่าย จัดเป็นยาเบาหวานจากธรรมชาติ
สมุนไพร

สมุนไพรหาทานง่าย จัดเป็นยาเบาหวานจากธรรมชาติ

สมุนไพรหาทานง่าย จัดเป็นยาเบาหวานจากธรรมชาติ             สิ่งสำคัญที่สุดของผู้ป่วยเบาหวานคือ “การรักษาระดับน้ำตาลในเลือด” เพราะถ้าระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มสูงมาเกินไป ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้เช่นกัน ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวานขึ้นตา หรือกระทั่งโรคหัวใจและหลอดเลือด สิ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานต้องปฏิบัติ นอกเหนือจากการรับประทานยาเบาหวานตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัดแล้ว ผู้ป่วยหลายคนก็เลือกมองหาวิธีต่าง ๆ ที่สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะการเลือกรับประทานสมุนไพรนานาชนิด เพราะนอกจากช่วยในเรื่องโรคเบาหวานได้แล้ว ยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายประการด้วย 1.บอระเพ็ด ยาเบาหวานรสชมจากธรรมชาติ บอระเพ็ดคือสมุนไพรรสชมที่หลายคนรู้จักกันดี ซึ่งมีถูกบันทึกอยู่ในตำรับยาไทยมาตั่งแต่ครั้งอดีต มีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ลดไข้ ช่วยเจริญอาหาร ที่สำคัญ ยังมีผลการศึกษาแล้วว่าบอระเพ็ดนั้น มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี โดยไม่ส่งผลข้างเคียง หรืออันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยรสชาติที่ขมผู้ป่วยอาจจะได้รับประทานได้ยากอยู่บ้าง แต่ก็อย่างที่ตำราได้บอกไว้ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยำ” 2.ผักเชียงดา ยาเบาหวานพันปีจากตำรับยาโบราณ สมุนไพรชนิดนี้ ในตำรับยาระบุไว้ว่าถูกนำมาใช้เป็นยาเบาหวานพื้นบ้านมานับพันปี นอกจากคุณประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างกำลังให้กับร่างกายแล้ว ผักเชียงคายังสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลได้เลือดเป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งผักชนิดนี้ สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเผาพลาญน้ำตาลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยฟื้นฟูเบต้าเซลล์ของตับอ่อน ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำตาลทำลาย ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 ทั้งยังช่วยลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ …

Continue Reading
นอกจากแก้ปัญหาหน้าอ้วนให้เข้ารูปแล้ว Thermage ยังช่วยอะไรได้อีก
สุขภาพ

นอกจากแก้ปัญหาหน้าอ้วนให้เข้ารูปแล้ว Thermage ยังช่วยอะไรได้อีก?

นอกจากแก้ปัญหาหน้าอ้วนให้เข้ารูปแล้ว Thermage ยังช่วยอะไรได้อีก?             สำหรับคนที่มีไม่พอใจกับใบหน้าที่อ้วนดูน่ารักของตนเอง การทำ Thermage หรือเทคโนโลยีความร้อนสูง ซึ่งใช้ความถี่คลื่นวิทยุเพื่อสร้างความร้อนให้แก่ผิวหนัง ก็สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถช่วยลดปริมาณไขมันที่สะสมอยู่ตามใบหน้าได้ ด้วยการใช้ Thermage หรือเทคโนโลยีความร้อนสูเข้ามาเป็นตัวช่วยขจัดไขมันที่เกิดขึ้นตามใบหน้าเหล่านั้น ก็สามารถช่วยให้ใบหน้าที่ดูอ้วนน่ารักเหล่านั้น กลับมากระชับได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ มันยังช่วยแก้ปัญหากับใบหน้าได้อีกหลายประการ ดังต่อไปนี้ 1.Thermage ช่วยแก้ปัญหาคนที่มีรูขุมขนกว้างได้ สำหรับใครก็ตามที่เผชิญปัญหารูขุมขนกว้างบนใบหน้า ก็ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป ซึ่งปัญหารูขุมขนกว้างนั้นเป็นเรื่องที่รักษายาก หากปล่อยไว้นานวันเข้า รูขุมขนเหล่านั้นก็ยิ่งขยายใหญ่กว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ใหนยังต้องมากังวลกับเรื่องใบหน้าที่ไม่กระชับอีกด้วย ซึ่งการทำ Thermage หรือใช้เทคโนโลยีความร้อนสูงนี้ นอกจากช่วยคนที่ต้องการเพิ่มความกระชับให้กับผิวหน้าได้แล้ว ยังสามารถทำแก้ปัญหาคนที่มีรูขุมขนกว้างได้อีกด้วย เรียกได้ว่ารับประโยชน์ถึงสองต่อ นอกจากนี้ยังจัดว่าเป็นนัวตกรรมที่ทันสมัย จึงได้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน บรรดาคลินิกด้านความงามทั้งหลาย จึงมีให้บริการอยู่ทั่วไป แต่ก็ควรเลือกใช้บริการกับคลินิกที่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา 2.Thermage ช่วยแก้ปัญหาผิวหนังเหี่ยวและหย่อนคล้อย ในคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ทุกคนเมื่ออายุย่างเข้าสู่เลย 2 แล้ว สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่เพียงอายุที่มากขึ้นไปตามกาลเวลาแล้ว แต่ยังรวมถึงร่างกายที่ร่วงโรยมากขึ้นตามเวลาด้วยเช่นกัน การเข้าใช้บริการเทคโนโลยีความร้อนสูง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถทำให้คนที่เผชิญปัญหาเกี่ยวกับรอยเหี่ยวย่น หรือความหย่อนคล้อยของผิวหนังได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังเป็นวิธีที่ปลอดภัย ปราศจากการผ่าตัดให้ต้องเจ็บตัวอีกด้วย …

Continue Reading
สารอาหารหาทานง่าย 3 อย่าง มีฤทธิ์ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก
สมุนไพร

สารอาหารหาทานง่าย 3 อย่าง มีฤทธิ์ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก

สารอาหารหาทานง่าย 3 อย่าง มีฤทธิ์ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก             วิธีดูแลร่างกายให้มีประสิทธิภาพในการต้านมะเร็งต่อมลูกหมากไม่ใช่เรื่องใกลตัว เนื่องจากผู้ชายเมืออายุย่างก้าวเข้าสู่เลข 4 ระดับฮอร์โมนก็เริ่มลดลง ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จึงส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายประการ ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ และร่างกาย รวมถึงโรคร้ายที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ “มะเร็งต่อมลูกหมาก”  ดังนั้น การดูแลตนเองด้วยวิธีง่ายให้ห่างใกลจากโรคร้ายที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง อย่างการรับประทานผักผลไม้ รวมถึงธัญพืชชนิดต่าง ๆ ที่มีสารอาหารช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งมีผลงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าการรับประทานสารอาหารดังต่อไปนี้ ช่วยให้ร่างกายต้านทานการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาย ด้วยสารไลโคปีน สารไลโคปีน  (Lycopene-Rich Foods) จัดเป็นสารที่มีมากและช่วยสังเคราะห์สีในมะเขือเทศ ซึ่งมีทั้งสีแดงและสีส้ม สำหรับสารเคมีจากธรรมชาติชนิดนี้ที่พบได้ในพืชผักสมุนไพร มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระและต้านทานการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกะเพาะอาหาร และมะเร็งปวดได้ด้วย ที่สำคัญ เมื่อนำมะเขือเทศไปผ่านกระบวนการทำให้สุขก่อนนำไปประกอบอาหาร เช่น อบ นึ่ง ทอด ให้มีสีแดงมากขึ้น ยังช่วยให้ร่างกายไดรับสารไลโคปีนมากกว่าการรับประทานแบบสด ๆ หรือหากใครชอบทานแบบสดร่วมกับสลัด ควรทำควบคู่กับน้ำมันอะโวอาโดหรือน้ำมันมะก่อน เพื่อให้ร่างกายดูดซึดสารชนิดให้มากยิ่งขึ้น 2.ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาย ด้วยสารซัลโฟราเฟน สารซัลโฟราเฟน ((Sunforaphane) เป็นสารที่มีสรรพคุณต้านมะเร็งต่อมลูกหมากได้ดีเช่นกัน เนื่องจากช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานอนุมูลอิสระได้ดี …

Continue Reading
เลือกทานอาหารที่ถูกต้อง ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม
สุขภาพ

เลือกทานอาหารที่ถูกต้อง ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม

เลือกทานอาหารที่ถูกต้อง ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อม             แม้ทุกวันนี้ ยังไม่มีอาหารที่สามารถรักษาข้อเข่าเสื่อมได้โดยตรง แต่เมื่อเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากการรับประทานยาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้ป่วยได้รับสาอาหารที่เป็นประโยชน์หลากหลายชนิดที่ส่งผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง สำหรับสารอาหารที่เหล่านี้ ยังช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดการอักเสบ พร้อมกับช่วยเสริมสร้างข้อกระดูกต่างให้แข็งแรงขึ้นได้ สารอาหารที่สามารถช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อมได้ มีดังต่อไปนี้ 1.วิตามินซี = มีสรรพคุณช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุ่งเอ็นข้อต่อ ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่เริ่มมีอาการอักเสบตามข้อ ควรรับประทานที่มีวิตามินซี 90 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงควรรับประทานวิตามินซีให้ได้วันละ 75 มิลลิกรัม ซึ่งอาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ ส้ม ฝรั่ง สัปปะรด บรอกโคลี มะเขือเทศ มะละกอสุก กะหล่ำปลี ดอกกำหล่ำ เป็นต้น 2.วิตามินดี = มีสรรพคุณช่วยดูดซึมแคลเซียม เพื่อนำมาเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง โดยร่างกายกายของมนุษย์สามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้ทางผิวหนัง เมื่อได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงเช้า ทั้งนี้ ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดที่แรงเกินไป หรืออยู่ท่ามกลางแสงแดดนานเกินไป เพราะไม่มีผลดีต่อร่างกาย นอกจากนี้ก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงควบคู่ไปด้วย เช่น นม ไข่ปลา ปลาซาดีน …

Continue Reading
4 วิธีบรรเทาโรคเบาหวาน ไม่ต้องพึ่งยาเบาหวานอีกต่อไป
ยารักษาโรค

4 วิธีบรรเทาโรคเบาหวาน ไม่ต้องพึ่งยาเบาหวานอีกต่อไป

4 วิธีบรรเทาโรคเบาหวาน ไม่ต้องพึ่งยาเบาหวานอีกต่อไป 1.เลิกทานยาเบาหวาน หันมาปรับเปลี่ยนวิธิการกิน หันมาเลือกทานอาหารตามสูตร 2 ของชีวจิต = “เบาหวาน” มีพื้นฐานการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับความผิดปกติของถุงน้ำดี โรคปวดข้อ หรือ Arthritis เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ ล้วนเกิดจากอินอาหารผิดวิธี ดังนั้น ต้องแก้ที่อาหาร โดยการเลือกกินให้ถูกประเภทดังนี้ -อาหารกลุ่มแป้ง = เมื่อไม่อยากพึ่งยาเบาหวานอีกต่อไป หัวใจสำคือคือควบคุมปริมาณอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล หรือถ้าให้ดีควรเลือกกินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท หรือแป้งที่ไม่ขัดสีมากกว่าขัดขาว เนื่องจากร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมได้ช้ากว่า ระดับน้ำตาลในเลือดจึงไม่ขึ้นสูงเร็ว -ผัก = ผู้ป่วยเบาวหานควรหันมาให้รับประทานประเภทผักให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผักใบเขียวเข้มและมีเส้นใยสูง เนื่องจากผักมีส่วนผสมของแป้งอยู่น้อย น้ำตาลจึงขึ้นช้า ประกอบกับมีใยอาหารสูง การกินผักจึงช่วยให้อิ่มท้อง, กินอาหารน้อยลง, ช่วยลดน้ำหนัก, ส่งผลให้อินซูลินทำงานดีขึ้น ลดความรุนแรงของเบาหวานลงได้ -ผลไม้ = สามารถกินผลไม้ได้ แต่ให้ระวังปริมาณ ซึ่งไม่ควรมากเกินไป ไม่ควรกินผลไม้รสหวานจัด และไม่ควรกินมากกว่า …

Continue Reading